อายุรเวทและศักยภาพของมนุษย์

อายุรเวทสอนว่า  มนุษย์เป็นเพียงหน่วยเล็ก ๆ ของจักรวาล  จักรวาลก็เป็นส่วนหนึ่งของมนุษย์ (นั่นคือ สอนถึงความเชื่อมโยงระหว่างมนุษย์และจักรวาล  มนุษย์เป็นหน่วยเล็กๆ ที่ถอดแบบจากจักรวาล  ดังนั้น จักรวาลจึงเป็นส่วนหนึ่งของมนุษย์ด้วย)

เมื่อ เปรียบกับสิ่งแวดล้อมภายนอก,เอกภพ  พลังของมนุษย์ก็ดุจทารก  ความเป็นปัจเจกชนของมนุษย์ทำให้ดำรงชีวิตอยู่อย่างแปลกแยกตัวตนจากจักรวาล   อายุรเวทมองสุขภาพและการเจ็บป่วยอย่างเป็นองค์รวม (ทั้งร่างกายและจิตใจ) พินิจพิจารณาอย่างถี่ถ้วนถึงความสัมพันธ์โดยธรรมชาติระหว่าง ปัจเจกบุคคลและอิทธิพลของจิตใจ, ปัจเจกบุคคลและสภาวะของสติ (ความรู้สึกตัว), พลังงานและวัตถุ ดังนั้นในคำสอนของอายุรเวท มนุษย์ทุกๆ คนประกอบด้วยชีวเคมีและสัญชาตญาณภายในตน ๔ อย่าง : ศาสนา, การเงิน, การสร้างครอบครัว และสัญชาตญาณในการใฝ่หาอิสรภาพ (หรือกล่าวได้ว่า ต้องการสิ่งยึดเหนี่ยวจิตใจ, ต้องการความมั่นคงทางการเงิน, ต้องการมีผู้สืบสกุล และต้องการความเป็นอิสระ)

สุขภาพที่สมดุลเป็นพื้นฐานในการบรรลุเป้าหมายตามสัญชาตญาณ ดังกล่าว

อายุรเวท ช่วยให้คนปกติรักษาสุขภาพไว้ และช่วยให้ผู้เจ็บป่วยมีสุขภาพดีขึ้น   อายุรเวทเป็นศาสตร์ของชีวิตที่เกี่ยวข้องกับการรักษาทางการแพทย์และ อภิปรัชญา เป็นแม่บทแห่งศิลปะการรักษาทั้งหมด  กิจปฏิบัติของอายุรเวทได้ถูกออกแบบเพื่อส่งเสริมให้มนุษย์มีความสุข, สุขภาพดีและพัฒนาการเจริญเติบโตอย่างสร้างสรรค์  คำสอนของอายุรเวทครอบคลุมองค์ความรู้ในการปฏิบัติเพื่อบำบัดตนเอง เป็นความรู้ที่ใครๆ ก็สามารถฝึกได้ ด้วยความสมดุลที่เหมาะสมของพลังงานทั้งหมดในร่างกาย  การปฏิบัติตามแนวทางอายุรเวทสามารถชะลอความเสื่อม ลดทอนโรคภัยจากกระบวนการทางกายภาพ ตลอดจนกำจัดอาการเจ็บไข้ลงได้อย่างเห็นผลชัดเจน แนวคิดนี้เอง คือ พื้นฐานศาสตร์อายุรเวท ศักยภาพเฉพาะบุคคลในการบำบัดรักษาตนเอง

แปลจาก : ayurveda the science of self-healing
ผู้แปล: พ่อทองอินทร์ เพียภูเขียว,  รุ่งลาวัลย์   สมานชาติ

ความคิดเห็น

แสดงความคิดเห็น

เนื้อหาของข้อมูลนี้ถูกรักษาเป็นความลับและไม่แสดงต่อสาธารณะ
Type the characters you see in the picture above; if you can't read them, submit the form and a new image will be generated.