อยากรู้ว่า การอยู่นิ่งในอาสนะเป็นการฝึกที่จะต่อสู้กับอารมณ์ของเราใช่หรือไม่ และการเคลื่อนไหวจากอาสนะหนึ่งไปอีกอาสนะหนึ่งเป็นการฝึกอะไร
ขอแบ่งคำถามเป็นสองประเด็นตามที่คุณว่า ๑. อยากรู้ว่า การอยู่นิ่งในอาสนะเป็นการฝึกที่จะต่อสู้กับอารมณ์ของเราใช่หรือไม่ และ ๒. การเคลื่อนไหวจากอาสนะหนึ่งไปอีกอาสนะหนึ่งเป็นการฝึกอะไร
ตอบตามความคิดของดิฉัน ข้อ ๑. คุณบอกว่าต่อสู้กับอารมณ์ของตัวเองดิฉันไม่ค่อยเข้าใจ สำหรับดิฉันการนิ่งอยู่ในอาสนะไม่ถือว่าต่อสู้กับอารมณ์ของตัวเอง หากแต่เป็นไปในลักษณะของการรับรู้อารมณ์ของตัวเองต่างหาก (Feel the sensation) หากจิตใจเราวอกแวก การคงอยู่ในอาสนะก็ทำได้น้อยก็ให้รับรู้ว่าใจเราวอกแวก ไม่ต้องต่อสู้ดึงดัน วันนี้คงอยู่ได้เท่านี้ ลองดูวันพรุ่งนี้ใหม่ ไม่ต้องฝืนเลยไม่ต้องต่อสู้
ข้อ ๒. เป็นการฝึกความพร้อมของร่างกาย
ไม่แน่ใจว่าจะตรงกับที่คุณคิดหรือไม่
การนิ่งในอาสนะ เป็นการช่วยให้เห็นสิ่งที่เป็นคู่้ตรงข้ามภายในตัวเราได้ง่ายขึ้น เช่น ความเกร็ง - ความคลาย เห็นอารมณ์ร้อน - อารมณ์เย็น เห็นการพยายามขัดขืน - การพยายามโอนอ่อน ฯลฯ
การเคลื่อนไหวจากอาสนะหนึ่งไปอีกอาสนะหนึ่ง ฝึกเห็นการปล่อยวาง เห็นการเคลื่อนไป เห็นธรรมชาติของการไม่หยุดนิ่ง
ในข้อแรก ส่วนตัวคิดว่าเป็นการ "เรียนรู้" มากกว่าจะเรียกว่าเป็นการต่อสู้นะคะ หลักในการฝึกอาสนะคือนิ่ง สบาย ใช้แรงแต่น้อย และ "มีสติรับรู้กับความรู้สึกที่เกิดขึ้น" หากเราฝึกด้วยพื้นฐานนี้ ไม่น่าจะเกิดคำว่าต่อสู้ ขึ้นมาได้เลยค่ะ
การเคลื่อนไหวจากอาสนะหนึ่ง ไปอีกอาสนะหนึ่งตรงนี้ไม่ค่อยเข้าใจว่าหมายถึงอะไร แต่เวลาที่ฝึก เราจะฝึกด้วยการทำอาสนะนึง แล้วพัก จากนั้นไปอีกท่านึง ตรงนี้เราไม่ได้ฝึกแค่ท่าเดียว เพราะในทางร่างกาย เราก็ได้ใช้กล้ามเนื้อในหลาย ๆ ส่วน ในด้านจิตใจก็ได้รับรู้ความรู้สึกของร่างกายที่แตกต่างกันไป การพัก ก็เพื่อทบทวนความรู้สึกที่เกิดขึ้น และค้นหาว่าอาสนะที่เราฝึกไปเมื่อซักครู่นั้น ทำให้เราเกิดความสมดุล พอดี หรือไม่ ทั้งในด้านร่างกายและจิตใจ จากนั้นก็ต่อไปที่อีกอาสนะนึง
ในแนวสถาบันก็จะมีท่าทางในการเปลี่ยนอิริยาบถ เช่นจากคว่ำไปหงาย จากหงายไปนั่ง เป็นต้น ตรงนี้ทำให้เกิดการเรียงร้อยท่า เกิดความต่อเนื่องของท่าทั้งในทางอารมณ์และท่วงท่า โดยไม่สะดุด ถ้าอยากรู้ว่าทำแบบนี้แล้วดี หรือไม่ดีอย่างไร ก็ลองไม่ใช้การเรียงร้อยท่าดูค่ะ ลองจากขณะที่เราอยู่ในท่านั่งพัก เราอาจจะเกิดความรู้สึกสงบสบาย พอจะเปลี่ยนไปยืน ก็ลุกพรวดขึ้น ดูว่าความรู้สึกต่างจากการค่อย ๆ จัดปรับท่าขึ้นมายืนอย่างไร ลองสังเกตตัวเองค่ะ อาจจะไม่ต้องทำท่าทางเหมือนกับที่สถาบันสอนก็ได้ จะย่นท่าให้ไม่ยืดเยื้อกว่าก็ได้ แต่สำคัญคือ "ความรู้สึกตัว" ค่ะ
พอดีไม่เข้าใจคำถามในส่วนที่ถามเรื่องการเคลื่อนไหวจากท่านึงไปอีกท่านึง ก็เลยตอบยาวหน่อยนะคะ
ขอแบ่งคำถามเป็นสองประเด็นตามที่คุณว่า
๑. อยากรู้ว่า การอยู่นิ่งในอาสนะเป็นการฝึกที่จะต่อสู้กับอารมณ์ของเราใช่หรือไม่ และ
๒. การเคลื่อนไหวจากอาสนะหนึ่งไปอีกอาสนะหนึ่งเป็นการฝึกอะไร
ตอบตามความคิดของดิฉัน
ข้อ ๑. คุณบอกว่าต่อสู้กับอารมณ์ของตัวเองดิฉันไม่ค่อยเข้าใจ สำหรับดิฉันการนิ่งอยู่ในอาสนะไม่ถือว่าต่อสู้กับอารมณ์ของตัวเอง หากแต่เป็นไปในลักษณะของการรับรู้อารมณ์ของตัวเองต่างหาก (Feel the sensation) หากจิตใจเราวอกแวก การคงอยู่ในอาสนะก็ทำได้น้อยก็ให้รับรู้ว่าใจเราวอกแวก ไม่ต้องต่อสู้ดึงดัน วันนี้คงอยู่ได้เท่านี้ ลองดูวันพรุ่งนี้ใหม่ ไม่ต้องฝืนเลยไม่ต้องต่อสู้
ข้อ ๒. เป็นการฝึกความพร้อมของร่างกาย
ไม่แน่ใจว่าจะตรงกับที่คุณคิดหรือไม่
การนิ่งในอาสนะ เป็นการช่วยให้เห็นสิ่งที่เป็นคู่้ตรงข้ามภายในตัวเราได้ง่ายขึ้น เช่น ความเกร็ง - ความคลาย เห็นอารมณ์ร้อน - อารมณ์เย็น เห็นการพยายามขัดขืน - การพยายามโอนอ่อน ฯลฯ
การเคลื่อนไหวจากอาสนะหนึ่งไปอีกอาสนะหนึ่ง ฝึกเห็นการปล่อยวาง เห็นการเคลื่อนไป เห็นธรรมชาติของการไม่หยุดนิ่ง
ในข้อแรก ส่วนตัวคิดว่าเป็นการ "เรียนรู้" มากกว่าจะเรียกว่าเป็นการต่อสู้นะคะ หลักในการฝึกอาสนะคือนิ่ง สบาย ใช้แรงแต่น้อย และ "มีสติรับรู้กับความรู้สึกที่เกิดขึ้น" หากเราฝึกด้วยพื้นฐานนี้ ไม่น่าจะเกิดคำว่าต่อสู้ ขึ้นมาได้เลยค่ะ
การเคลื่อนไหวจากอาสนะหนึ่ง ไปอีกอาสนะหนึ่งตรงนี้ไม่ค่อยเข้าใจว่าหมายถึงอะไร แต่เวลาที่ฝึก เราจะฝึกด้วยการทำอาสนะนึง แล้วพัก จากนั้นไปอีกท่านึง ตรงนี้เราไม่ได้ฝึกแค่ท่าเดียว เพราะในทางร่างกาย เราก็ได้ใช้กล้ามเนื้อในหลาย ๆ ส่วน ในด้านจิตใจก็ได้รับรู้ความรู้สึกของร่างกายที่แตกต่างกันไป การพัก ก็เพื่อทบทวนความรู้สึกที่เกิดขึ้น และค้นหาว่าอาสนะที่เราฝึกไปเมื่อซักครู่นั้น ทำให้เราเกิดความสมดุล พอดี หรือไม่ ทั้งในด้านร่างกายและจิตใจ จากนั้นก็ต่อไปที่อีกอาสนะนึง
ในแนวสถาบันก็จะมีท่าทางในการเปลี่ยนอิริยาบถ เช่นจากคว่ำไปหงาย จากหงายไปนั่ง เป็นต้น ตรงนี้ทำให้เกิดการเรียงร้อยท่า เกิดความต่อเนื่องของท่าทั้งในทางอารมณ์และท่วงท่า โดยไม่สะดุด ถ้าอยากรู้ว่าทำแบบนี้แล้วดี หรือไม่ดีอย่างไร ก็ลองไม่ใช้การเรียงร้อยท่าดูค่ะ ลองจากขณะที่เราอยู่ในท่านั่งพัก เราอาจจะเกิดความรู้สึกสงบสบาย พอจะเปลี่ยนไปยืน ก็ลุกพรวดขึ้น ดูว่าความรู้สึกต่างจากการค่อย ๆ จัดปรับท่าขึ้นมายืนอย่างไร ลองสังเกตตัวเองค่ะ อาจจะไม่ต้องทำท่าทางเหมือนกับที่สถาบันสอนก็ได้ จะย่นท่าให้ไม่ยืดเยื้อกว่าก็ได้ แต่สำคัญคือ "ความรู้สึกตัว" ค่ะ
พอดีไม่เข้าใจคำถามในส่วนที่ถามเรื่องการเคลื่อนไหวจากท่านึงไปอีกท่านึง ก็เลยตอบยาวหน่อยนะคะ
แสดงความคิดเห็น