แพทย์ได้แนะนำให้เลิกฝึกโยคะ แต่ก็ยังคงอยากฝึกโยคะอยู่ ทำไงดีครับ

ท่านที่มีอาการปวดเข่า ซึ่งรักและเคยฝึกโยคะมาก่อน
แม้ว่าแพทย์ได้แนะนำให้เลิกฝึกโยคะ แต่ก็ยังคงอยากฝึกโยคะอยู่

ผมเองพบว่าหากผู้ป่วยได้
เสริมสร้างกล้ามเนื้อเหนือเข่า(quadriceps)
ซึ่งเป็นกล้ามเนื้อหลักใช้ในการเดินให้แข็งแรงขึ้น
โดยเล่นท่า leg extension ซึ่งจะช่วยลดอาการปวดเข่าได้

ในทำนองเดียวกันกับผู้ที่มีอาการปวดหลัง
(จากประสบการณ์ส่วนตัว)ซึ่งหากได้เล่น
ท่า back extension ก็จะทำให้กล้ามเนื้อหลังแข็งแรงขึ้น
ช่วยรับน้ำหนักตัวได้ดีขึ้นและลดอาการปวดลงได้

ไม่ทราบว่าหากผู้ป่วยเหล่านี้ได้เสริมสร้างกล้ามเนื้อให้แข็งแรงขึ้นแล้ว
จะสามารถกลับมาเริ่มฝึกโยคะกันอย่างค่อยเป็นค่อยไปและ
หลีกเลี่ยงท่าซึ่งมีผลต่อการปวดดังกล่าวได้อย่างปลอดภัยหรือไม่
หากได้ ควรเสริมสร้างกล้ามเนื้อด้วยการฝึกท่าแบบฟิตเนส
หรือฝึกด้วยโยคะได้เลย แบบไหนดีกว่ากัน(ในกรณีนี้)และต่างกันอย่างไร

ไม่ทราบว่าในกรณีอย่างนี้ พี่เละจะมีคำแนะนำอะไรบ้างครับ
ขอบพระคุณล่วงหน้าครับสำหรับคำตอบ(แบบยาวๆ)

นับถือ

ยุทธโรจน์

พี่โรจน์ครับ

ขออภัยอย่างยิ่งครับที่ตอบกลับมาช้าถึงช้ามาก

สำหรับคำถามว่าระหว่างการฝึกโยคะ(อาสนะ)เลยกับการฝึกท่าแบบฟิตเนส อย่างไหนจะดีกว่ากันนั้น
ผมมองว่าทั้งสองอย่างอาจมีคุณค่าและประโยชน์ทั้งคู่ก็ได้ในกรณีนี้ หากว่าผู้ฝึกสนใจทั้งสองอย่างและมีความรู้ความเข้าใจหรือฝึกภายใต้คำแนะนำของผู้ที่มากประสบการณ์ที่พอจะรู้ว่าในกรณีนี้ต้องระวังหรือหลีกเลี่ยงท่าใดบ้าง และควรจะพัฒนาความแข็งแรงและความยืดหยุ่นของกล้ามเนื้อ(รวมทั้งเส้นเอ็นและข้อต่อ)ในส่วนที่เกี่ยวข้องและเป็นปัญหาอย่างไรบ้าง ซึ่งหากมีเงื่อนไขดังที่กล่าวมา ผมคิดว่าคงไม่จำเป็นต้องหาคำตอบให้ได้ว่าอะไรดีกว่ากัน อย่าว่าแต่ผมเองนั้นไม่มีประสบการณ์เกี่ยวกับการฝึกท่าแบบฟิตเนสเลย

นอกจากมุมที่อยากแลกตามที่กล่าวมาแล้ว (โดยที่ไม่ยอมตอบคำถาม - ฮา) ผมอยากแลกในมุมที่พี่เล่าว่าหมอแนะนำให้เลิกฝึกโยคะ
จากประสบการณ์ที่ได้ฟังและแลกกับหลายๆ คนที่มีปัญหาสุขภาพ บางคนก็ได้รับคำแนะนำจากแพทย์ว่าให้เลิกฝึกโยคะ ในขณะที่บางคนก็ได้รับคำแนะนำว่าน่าจะฝึกโยคะ

ผมคิดว่าในบางกรณีแพทย์ที่แนะนำให้เลิกฝึกโยคะ(จริงๆ แล้วน่าจะเรียกว่าอาสนะมากกว่า) น่าจะเป็นไปได้ว่าเป็นเพราะแแพทย์เหล่านั้นได้รับข้อมูลว่าการฝึกอาสนะ(อย่างไม่ถูกวิธี)อาจทำให้เกิดการบาดเจ็บได้ แต่ก็ไม่ได้หมายถึงว่าจะต้องเป็นเช่นนั้นเสมอไป

ในทางตรงกันข้าม แพทย์ที่แนะนำให้ฝึกอาสนะ เอาเข้าจริงแล้ว ก็อาจไม่ได้เป็นผู้ที่ฝึกอาสนะและมีข้อมูลและประสบการณ์มากพอ เพียงแต่พอจะรู้ว่าการฝึกอาสนะ(อย่างเหมาะสม)จะมีประโยชน์ต่อร่างกายในแง่มุมต่างๆ ได้ ปัญหาก็คือหากแนะนำแบบกว้างๆ เกินไป โดยที่ผู้ป่วยที่ได้รับคำแนะนำหากไม่ระมัดระวัง แล้วไปฝึกอย่างไม่เหมาะสมก็อาจเกิดการบาดเจ็บได้

ผมคิดว่าน่าจะต้องดูเป็นกรณีๆ ไป และคงต้องดูด้วยว่าแพทย์ที่ให้คำแนะนำ - ไม่ว่าจะให้เลิก หลีกเลี่ยง หรือที่ให้คำแนะนำให้ฝึก - มีข้อมูลและประสบการณ์มากน้อยแค่ไหนด้วย

ในส่วนที่พี่บอกว่าให้เสริมสร้างกล้ามเนื้อ quadriceps ซึ่งเป็นกล้ามเนื้อต้นขาด้านหลังซึ่งเป็นกล้ามเนื้อหลักที่ใช้ในการเดินนั้น ผมคิดว่าในทางปฏิบัติแล้ว เวลาที่เราเดินและยืน ร่างกายต้องใช้กล้ามเนื้อขาทั้งทางด้านหน้าและด้านหลัง รวมทั้งขาส่วนบนและขาส่วนล่างด้วย หรือแม้กระทั่งข้อเท้า

เพราะฉะนั้นในขณะที่เราจะฝึกความแข็งแรงโดยเน้นที่กล้ามเนื้อบางส่วนเป็นพิเศษ ก็อาจต้องพิจารณาด้วยว่าปัญหาที่เกิดขึั้นมาจากกล้ามเนื้อส่วนนั้นส่วนเดียวจริงหรือไม่

นอกจากนี้อาจต้องดูด้วยว่าอาการปวดเกิดจากอะไร เช่น อาการปวดเข่าอาจเกิดจากน้ำหนักตัวที่เพิ่มขึ้น หรือมาจากอิริยาบถที่ไม่เหมาะสม ไปกระทั่งถึงการบริหารร่างกายโดยทิ้งน้ำหนักไปที่เข่ามากเกินไปหรือเปล่า

สำหรับในกรณีของอาการปวดหลังที่พี่บอกว่าเป็นท่าที่ทำให้หลังแข็งแรงขึ้นนั้น โดยส่วนตัวผมไม่อยากฟันธงว่า ท่า back extension ซึ่งในทางปฏิบัติแล้วก็คือท่าก้มตัวไปข้างหน้า เป็นท่าที่ทำให้หลังแข็งแรง ผมคิดว่าท่า back extension น่าจะมีผลในการเสริมสร้างความแข็งแรงและความยืดหยุ่นของกล้ามเนื้อหลัง(รวมทั้งเส้นเอ็นและหมอนรองกระดูกสันหลัง) โดยที่ผลที่เกิดขึ้นนี้อาจเกิดขึ้นในคนละจังหวะ

ขณะเดียวกัน ท่าแอ่นตัวไปข้างหลังก็เป็นท่าที่เสริมสร้างความแข็งแรงของหลังเช่นกัน ซึ่งในหลายกรณีกลับน่าจะให้ผลในการเสริมสร้างความแข็งแรงของหลังมากกว่า

ขอแลกแบบไม่ยาวนัก โดยไม่(ยอม)ตอบเท่านี้ก่อนนะครับ

ด้วยความเคารพและระลึกถึง

(หมอ)เละ

ขอร่วมแสดงความเห็นเรื่อง ปวดกับอาสนะ ด้วยคน

เท่าที่พอมีความรู้ อาการปวด เช่น ปวดเข่า ปวดหลัง ถ้าเป็นช่วงที่มีการอักเสบของข้อ ผมคิดว่า ไม่ควรฝึกอาสนะในช่วงนั้น โดยเฉพาะท่าที่มีผลให้เกิดแรงกดในข้อมากขึ้น ควรรอให้พ้นระยะอักเสบไปก่อน

แต่ถ้าเป็นการปวดเรื้อรัง ต้องวิเคราะห์ว่ามีสาเหตุจากอะไร แล้วปฏิบัติอาสนะให้เหมาะกับปัญหานั้่น

เช่น
อาการปวดเข่าที่เกิดจากข้อเข่าเสื่อม อาจเำพราะน้ำหนักตัวมาก การบริหารให้กล้ามเนื้อหน้าต้นขาแข็งแรง จะช่วยให้กล้ามเนื้อมัดนี้มีแรงพยุงข้อเข่ามากขึ้น เมื่อลุกขึ้นยืน หรือเดิน แรงกดในข้อจะลดลง อาการปวดจะลดลงได้ การปฏิบัติอาสนะในบางท่าที่เกิดแรงกดในข้อเข่าเพิ่มขึ้น ย่อมเกิดผลเสีย เช่น ท่าที่ต้องนั่งคุกเข่า พับเพียบ หรือย่อเข่านานๆ แต่ถ้าเป็นสาเหตุที่เอ็นด้านหลังข้อพับเข่าตึงตัว การค่อยๆ ยืดหรือเหยียดกล้ามเนื้อน่องและต้นขาด้านหลัง (เช่น ท่าสุนัขเหยียดลำตัว) จะช่วยให้อาการปวดลดลงได้

อาการปวดหลัง ซึ่งส่วนใหญ่กล้ามเนื้อหน้าท้องมักไม่แข็งแรง การบริหารให้กล้ามเนื้อนี้แข็งแรง จะทำให้ช่วยพยุงหลังไม่ให้ปวดได้ ถ้าหมอนรองกระดูกหลังเคลื่อนตัวไปด้านหลัง การทำอาสนะในท่าก้มตัวไปด้านหน้าย่อมทำให้หมอนรองกระดูกเคลื่อนมากขึ้น แต่ถ้าใช้ท่าแอ่นตัวน่าจะดีกว่า

ส่วนข้อวิจารณ์ถึงผลเสียการปฏิบัติอาสนะเท่าที่รู้มา คือ การทำให้ข้อหลวม เพราะกล้ามเนื้อ เส้นเอ็น พังผืด ที่ยึดข้อถูกยืดมากเกินไป ซึ่งความรู้สมัยใหม่ถือว่า "ไม่ดี" เขาถือว่า ข้อติดแก้ง่ายกว่าข้อหลวม ผมยังไม่มีความเห็นต่อข้อวิจารณ์นี้ มากไปกว่า ความเห็นที่ว่า การปฏิบัติอาสนะที่ดีน่าจะสร้างสมดุลระหว่างการสร้างความยืดหยุ่นของข้อ กับ การสร้างความแข็งแรงของกล้ามเนื้อที่พยุงข้อ

สรุปก็คือ การจะใช้ประโยชน์จากอาสนะที่มีอยู่หลายท่านั้น ต้องใช้ให้สอดคล้องกับสภาพร่างกายและปัญหาที่แต่ละคนอาจมีไม่เหมือนกัน

ยงศักดิ์

พี่โรจน์คะ

ขออนุญาตแลกด้วยคนนะคะ แม้พี่จะไม่ได้ถาม (แหะ)

ส่วนตัวไม่เคยฝึกแบบฟิตเนส แต่สังเกตว่า หมอที่บอกว่าอย่าไปฝึกโยคะ มักจะมีหลาย ๆ เหตุผล โจ๋เองก็เคยโดนหมอห้ามไม่ให้ฝึกโยคะเช่นกัน เพราะเคยปวดกล้ามเนื้อส่วนบนของหัวเข่า อาการเหมือนคนแก่ จะลุกก็ต้องเอามือยัน จะนั่งก็ต้องเอามือยัน ปวดมาก และหาสาเหตุไม่ได้ ไปหาหมอกระดูกหมอก็ให้กินแต่ยาแก้ปวดและยาคลายกล้ามเนื้อ หาหมอนวดคลายเส้นนวดเจ็บมากโดนมาแล้ว จากนั้นก็ไปลองหาหมอด้านเวชศาสตร์ฟื้นฟู หมอบอกว่าเกิดจากหลัง แล้วมาลงที่ขา ซึ่งสาเหตุเกิดจากการที่นั่งในท่าที่ไม่เหมาะสม ก็คือเวลาใช้คอมพิวเตอร์จะไม่นั่งหลังตรง แต่เอียงตัวไปข้างนึง และยกขาขึ้นพาดขาอีกข้างนึงด้วย

ท่าที่หมอแนะนำให้นำไปปฏิบัติที่บ้าน หมอบอกว่าให้ทำทุกวัน ซึ่งก็คือ แถ่น แทน แท๊นนนนน (ทำให้อลังการไปอย่างนั้นเอง) ท่าหัวจรดเข่า และ ท่ากงล้อ โจ๋บอกหมอว่า เอ๊ะหมอคะนี่มันท่าโยคะนี่นา ตอนนั้นโจ๋ยังไม่ฝึกโยคะค่ะ ได้รับคำแนะนำจากครูกิ๊มมาก่อน แต่ยังไม่มีศัทราธาที่จะฝึกเพราะชอบการออกกำลังกายแบบเรียกเหงื่อ แบบที่เคยคุยกับพี่โรจน์ (ว่าไปแล้วก็ยังไม่ได้ไรท์แผ่นซินดี้ ครอว์ฟอร์ด ให้พี่โรจน์เลย) แล้วก็รู้สึกว่าโยคะช่างน่าเบื่อ ซึ่งหมอก็ตอบมาว่า "ไม่ใช่โยคะนะ เธออย่าไปฝึกเชียวโยคะน่ะ"

เมื่อหมอกล่าวเช่นนั้นก็มิได้นำพากับคำพูดหมอ ก็ท่ามันเหมือนของสถาบันเลยนี่นา ก็เลยตัดสินใจฝึกโยคะซะเลย ฝึกทั้ง 16 ท่าพื้นฐานนั่นแหละ แค่ไม่ถึงเดือนก็หายขาดค่ะ และไม่กลับมาเป็นอีกเลย

ตรงนี้โจ๋มองว่าหมออาจจะไม่เคยฝึกโยคะ และในแต่ะวัน หมอก็รักษาแต่คนที่ฝึกโยคะแบบไม่หาข้อมูล ไม่เซฟตัวเอง หรือได้รับคำแนะนำ จนบาดเจ็บ ก็เลยทำให้หมอเกิดอคติว่า โยคะไม่ดี ฝึกแล้วบาดเจ็บ ไม่ควรฝึก ซึ่งตรงนี้ก็โทษหมอไม่ได้แหละ

รวม ๆ แล้วคิดว่าต้องดูสาเหตุว่าเค้าปวดเข่าเพราะอะไร จากประสบการณ์ตรง และจากที่เห็นบ่อย ๆ มักไม่ได้เป็นที่เข่า แต่เป็นจากหลังลงมาเลย มักเกิดจากความไม่สมดุลของท่ายืน, เดิน, นั่ง, นอน ซึ่งถ้าเราฝึกโยคะเป็นประจำ ก็จะทำให้เรามีสติรู้และจัดปรับท่วงท่าในชีวิตประจำวันของเราได้เองอย่างเป็นธรรมชาติ และโจ๋คิดว่าโยคะทำให้กล้ามเนื้อแข็งแรงได้ แม้จะไม่ได้เห็นเป็นกล้ามจากภายนอก แต่รู้สึกได้ว่าถ้าเราฝึกโยคะอย่างต่อเนื่อง แม้แค่อาสนะพื้นฐานของสถาบัน ก็ทำให้กล้ามเนื้อของเรา firm ขึ้น แต่ไม่ได้เป็นกล้ามใหญ่ พูดง่าย ๆ ก็คือมันไม่ห้อยนั่นเอง

ส่วนจะบอกว่าอันไหนดีกว่ากัน ก็คงตอบไม่ได้ค่ะ แต่ขอเสนอในแง่มุมของโยคะ นะคะ

ขอบคุณที่ให้โอกาสในการแลกเปลี่ยนค่ะ และ สุขสันต์วันสงกรานต์ ขอให้มีความสุข เย็นกาย เย็นใจ กันทุก ๆ คนนะคะ

โจ๋

สามารถฝึกโยคะได้ค่ะ แต่ต้องทำให้ถูกต้องโดยมากมักไม่รู้กันมากกว่า และ ครูบางท่านก้อไม่รู้วิธิการฝึกให้ถูกต้อง และไม่สามารถมีเวลาให้ผู้ฝึกพอ เพราะ คนเข้าฝึกเยอะเกินไป และเกิดจาการที่เราอยากจะทำท่าให้ได้ ทำให้เกิดการบาดเจ็บได้ง่ายค่ะ คุณหมอเลยห้ามฝึกเพราะคุณหมอเห็นคนป่วยมาหา เนื่องจากเกิดความบาดเจ็บระหว่างการฝึก
ควรค่อยๆฝึกการเข้าท่าที่ถูกต้อง มีสมาธิกับการฝึก รูปแบบโยคะสมัยนี้เปลี่ยนไป ในสตูดิโอใหญ่ของบ้านเรา เลยมี class ที่หลากหลายรูปแบบ ออกเป็นกึ่ง exercise ด้วย ทำให้เกิดโอกาสบาดเจ็บได้ง่ายค่ะ
ลองค่อยๆฝึกนะคะ รักและเคารพร่างกายตัวเอง อย่าฝืน และมีสติในการฝึกนะคะ วันนั้นหมอจะไม่บอกว่า อย่าไปฝึกโยคะเลย :)

what,

Coach Outlet Store

will

Burberry Scarves

many

Coach Bag

to call upon

Coach Online Outlet Store

session,

Coach Factory

listening (as opposed

Coach Online Outlet

hearing) and

Coach Outlet Stores

are the

Chanel Handbags

main

Coach Factory Outlet Store

that

Coach Handbags

will need.

Coach Factory Outlet Online

notice

Coach Purses Outlet Online

I put listening

Coach Factory Outlet Store Online

as I believe that

Coach Purses Outlet Online

THE major

Coach Factory Outlet

a coach

Coach Outlet Store

as what

Coach Outlet Online Store

client says,

Coach Factory Online Sale

they say

Coach Outlet Store Online

what

Coach Factory Outlet Store

mean by

Coach Factory

should

Coach Outlet Stores

coach and determine

Coach Outlet Online

they ask.It's

Coco Chanel Handbags

said that

Coach Handbag Outlet

have

Coach Factory Handbag Outlet Store

ears and

Coach Factory Outlet Store

mouth and

Coach Outlet Handbags

should use

Coach Factory Outlet Store

in that

Coach Factory Outlet

. And not

Coach Online Outlet

just listen

LV Bag

listen

Coach Factory Sale

so that

Coach Outlet Online

aware of

Coach Outlet Stores

client's

Coach Outlet Coupon

and can

Coach Outlet

the follow

Coach Factory Store Online

questions

Burberry Scarf

on that

Coach Handbags Factory Outlet

rather than

Louis Vuitton Bag

from a

Coach Outlet Stores Online

script of

Coach Outlet Coupon

which will

Chanel Wallets

meet the

Burberry Handbags

needs

Coach Factory Online

not

Coach Outlet Stores Online

the client's.
In

Coach Outlet Store Online

terms

Coach Outlet 2012

are three

Burberry Outlet

istening:

Louis Vuitton Purses

listening

Louis Vuitton Bags

almost

Coach Factory Store Online

sub-conscious

Coach Factory Store

You are

Chanel Bags

f the gist

Coach Handbag Factory Outlet

conversation

Coach Factory Outlet Store

being

Coach Factory Store Online

f it.Apparent

Coach Purse Outlet Online

an appearance

Coach Outlet Store

without

Coach Factory Online

fully

Coach Factory Store

in the

Burberry Scarves

The

Burberry Handbags

signs

Coach Factory Outlet Store

of a

Coco Chanel Bags

but

Coach Outlet Stores

thoughts

Coach Store Online

be elsewhere.

Coach Outlets

or

Coach Bag

listening

Coach Outlet Stores Online

not

Coach Factory Outlet Online

the words

Chanel Bag

heard but

Coach Handbags Outlet

meaning

Coach Purse Outlet Online

hem.

Coach Factory Handbag Outlet Store

the state

Chanel Bags Outlet

to which a

Coach Outlet Store

aspires

Burberry Bags

will need,

Coach Purses Outlet Online

become

Coach Outlet Store

effective

Coach Factory Outlet Online

successful

Coach Factory Online Sale

Questioning

Coach Outlet Store

the

Coach Factory Store

of listening

Coach Outlet Online Store

it's beenStore">Coach Outlet Online Store

Coach Online Outlet Store

above

Louis Vuitton Handbags

questions

Louis Vuitton Bags 2012

of a

Coach Factory Online Store

to be

Coach Outlet Stores Online

by

Coach Factory Store

you hear

Coach Factory Store Online

saying

Coach Outlet Store Online

how the

Coach Outlet Bags

is Bags">Coach Outlet Bags

Coach Factory Outlet Store

also

Coach Bag

important.

Coach Outlet Coupon

coach

Coach Factory Online Sale

mindful

Coach Bags

use

Coach Factory Outlet

as opposed

Coach Factory Store Online

questions.

Cheap Coach Bags

questions are

LV

require the

Coach Outlet Online

think

Chanel Purses

why it's important to them and the progress they are making towards it.

แสดงความคิดเห็น

เนื้อหาของข้อมูลนี้ถูกรักษาเป็นความลับและไม่แสดงต่อสาธารณะ
Type the characters you see in this picture. (verify using audio)
Type the characters you see in the picture above; if you can't read them, submit the form and a new image will be generated. Not case sensitive.