จุลสาร มกราคม 2555

AttachmentSize
1201.pdf5.32 MB
มกราคม 2555 ÊสÒาÃรÑัµต¶ถÐะ 1] ÊสÇวÑัÊส´ดÕี»ป‚‚ãใËหÁม‹‹ 2555 ÊสÇวÑัÊส´ดÕี»ป‚‚ãใËหÁม‹‹ 2555 ¤คÃรÑัºบ ãใ¹น¹นÒาÁม¢ขÍอ§งÊส¶ถÒาºบÑั¹นÏฯ ¢ขÍอÍอÇวÂย¾พÃรãใËหŒŒ ·ท∙Øุ¡ก·ท∙‹‹Òา¹นÁมÕี¤คÇวÒาÁมÊสØุ¢ขÊส§งºบ ÁมÕี¤คÇวÒาÁมàเ¨จÃรÔิ­Þญãใ¹น¸ธÃรÃรÁม ´ดÓำàเ¹นÔิ¹นªชÕีÇวÔิµตµตÅลÍอ´ด»ป‚‚ 2555 ¹นÕี้ äไ»ปÊสÙู‹‹àเ»ป‡‡ÒาËหÁมÒาÂยÊสÙู§งÊสØุ´ด ¤ค×ืÍอÍอÂยÙู‹‹¨จºบ¾พÃรËหÁม¨จÃรÃรÂย ·ท∙Óำ¡กÔิ¨จ·ท∙Õี่¤คÇวÃร·ท∙Óำ àเÊสÃร็¨จ äไÁม‹‹ÁมÕี¡กÔิ¨จÍอ×ื่¹นàเ¾พ×ื่Íอ¤คÇวÒาÁมàเ»ปšš¹นÍอÂย‹‹Òา§ง¹นÕี้ÍอÕี¡กµต‹‹Íอäไ»ป áแÅลÐะ ¢ขÍอ¶ถ×ืÍอâโÍอ¡กÒาÊสãใªชŒŒ ¨จ´ดËหÁมÒาÂย¢ข‹‹ÒาÇวÊสÒาÃรÑัµต¶ถÐะ©ฉºบÑัºบ Áม¡กÃรÒา¤คÁม ¹นÕี้ ÁมÍอºบàเ»ปšš¹น¢ขÍอ§ง¢ขÇวÑั­ÞญÇวÑั¹น»ป‚‚ãใËหÁม‹‹ ÁมÒาÂยÑั§ง·ท∙Øุ¡ก·ท∙‹‹Òา¹น CONTENTS »ป¯ฏÔิ·ท∙Ôิ¹น¡กÔิ¨จ¡กÃรÃรÁม อาสนะพื้นฐาน 3 ¡กÔิ¨จ¡กÃรÃรÁม¢ขÍอ§งàเ¤คÃร×ืÍอ¢ข‹‹ÒาÂย ปฏิบัติธรรมกับท่านสวามีเวทะ ภราตี 3 ¤คØุ³ณ¶ถÒาÁม àเÃรÒาµตÍอºบ กปาลภาติ East meet West 4 àเ¡ก็ºบÁมÒา½ฝÒา¡ก แสงสว่างนั้น ซ่อนอยู่หลังความมืดมิดเสมอ 5 ªชÇว¹น¤คÔิ´ด¶ถÖึ§งªชÕีÇวÔิµต·ท∙Õี่àเËหÅล×ืÍอ After Shock มหาภัยพิบัติแห่งชีวิต 6 ¨จÒา¡กàเ¾พ×ื่Íอ¹น¤คÃรÙู ไปเรียนศิลปะบำบัด 8 เรื่องของเรา ทำให้เค้ายิ้มซึ้ง 9 โยคะจิตอาสา ภาคสี่ 10 ¾พÃรÐะäไµตÃร»ป®ฎ¡กáแ¡ก‹‹¹น¸ธÃรÃรÁม หลักการตรวจสอบการถอนอนุสัย 11 áแ¹นÐะ¹นÓำËห¹นÑั§งÊส×ืÍอ ความหมายของสติปัฏฐาน 12 ºบÑั¹น·ท∙Öึ¡ก·ท∙‹‹ÒาÈศ¾พ ที่มา... 12 àเÅลŒŒ§งàเÅล‹‹ÒาàเÃร×ื่Íอ§ง 2012 โยคะจะดีเหรอ 13 µตÓำÃรÒาâโÂย¤คÐะ´ดÑั้§งàเ´ดÔิÁม การเกิด ช่วงชีวิต และประสบการณ์ชีวิต 14 “ÇวÔิ¶ถÕีªชÕีÇวÔิµต àเ¾พ×ื่ÍอÊสØุ‹‹¢ขÀภÒาÇวÐะ” 2] โยคะอาสนะข ั ้ น พ ื ้ น ฐานเพ ื ่ อ ความส ุ ข สำหรับผู้เริ่มต้น เดือนมกราคม จัดวัน อาทิตย์ที่ 22 มกราคม 2555 เวลา 9.00 – 15.00 น. ที่ชั้น 6 ห้อง 262 คณะ มนุษยศาสตร์ มศว ประสานมิตร ค่าลง ทะเบียน 650 บาท โยคะในสวนธรรม ณ หอจดหมายเหตุ พุทธทาส ทุกพุธที่สามของเดือน คือ 18 ม.ค. 17.00 – 18.30 น. โยคะในสวนธรรม โดย ทุกเสาร์ที่สี่ของเดือน คือ 28 ม.ค. 10.00 – 12.00 น. โยคะในสวนธรรม โดย ไม่เสียค่าใช้จ่าย หิมาลายันโยคะสมาธิ เชิญร่วม ปฎิบัติธรรมกับท่านสวามี เวทะ ภารตี ใน บรรยากาศธรรมชาติที่สวนสามพราน วัน ศุกร์ที่ 3 ถึง วันอาทิตย์ที่ 5 กุมภาพันธ์ 2555 ในคอร์สปฎิบัติธรรมนี้ ท่านจะได้ เรียนรู้เกี่ยวกับปรัชญาอันลึกซึ้งของการฝึก โยคะอาสนะ และความสัมพันธ์อันศักดิ์สิทธิ์ ของอาจารย์กับศิษย์ ซึ่งเป็นเรื่องที่มีมิติอัน ลึกล้ำ และได้สัมผัส พลังแห่งความเงียบสงบ ในการปฎิบัติสมาธิ 4,900 บาท (ไม่รวมค่าเดินทาง) ผู้ ส น ใ จ ก ร ุ ณ า ต ิ ด ต ่ อ svbretreat2012@gmail.com 086-755-3869, 089-681-1078 และ 081-932-5413 ตัวอย่างกิจกรรม การฝึ ก นั ่ ง และหายใจที ่ ถ ู ก วิ ธ ี ส ำหรั บ การ ปฎิบัติสมาธิ ชาร์มา ปฎิบัติสมาธิกับ สวามี เวทะ ภารตี คริสตัล ซิงกิ้ง โบวล์ – การเยียวยาผ่านคลื่น เสียง อ.กัมปนาท โยคะอาสนะ, โยคะนิทรา และปฏิบัติสมาธิ มิติล้ำลึกของปรัชญาโยคะอาสนะ และความ สำคัญของการมีสติรับรู้ที่ลมหายใจ ดร. สตี เฟน พาร์คเกอร์ การปฎิบัติสมาธิด้วยมันตรา ความสัมพันธ์ ระหว่างครูกับศิษย์ กีรตัน การขับร้องเพลงสรรเสริญ เพื่อยก ระดับของจิตในการฝึกโยคะ ครูเล็ก เอกชัย โยคะเด็กและครอบครัว – สร้างสรรค์พื้นฐาน ที่สมบูรณ์แก่คนรุ่นใหม่ ครูเก๋ รสสุคนธ์ ACTIVITIES ขอเชิญชวนเพื่อนๆ ได้ลองอ่าน “อร ุ โ ณท ั ย ” วารสารโยคะ ออนไลน์ ร ายเดื อ น โดยคุ ณ อิ ท ธิ ฤ ทธิ ์ ประคำทอง คนทำ หน ั ง ส ื อ ท ี ่ ม าร ั ก โยคะ เลยน ั ่ ง ทำ วารสารโยคะเล ่ ม น ี ้ อ อกมาจาก หัวใจ ทำมาตั้งแต่เดือนมีนาคม 2554 ม ี ท ั ้ ง ส ั ม ภาษณ ์ บ ุ ค คลใน แวดวงโยคะ แนะนำหนังสือ เรื่อง เด่นประจำฉบับ ฯลฯ โดยผู้ทำก็ ตั้งใจจะทำต่อไปเรื่อยๆ เข้า facebook พิมพ์ อรุโณทัย หรือที่ http://ittirit.wordpress.com/ ลองเข้าไปอ่านดูนะ 3] ¡ก»ปÒาÅลÀภÒาµตÔิ EAST MEETS WEST 1 àเÃรÕีÂย¹น¤คÃรÙู áแÅลÐะ àเ¾พ×ื่Íอ¹นæๆ วันนี้ตอนอ่านหนังสือ โยคะกับการ พัฒนามนุษย์ (พยายามอ่านทบทวนก่อนทำ ข้อสอบ) อ่านตรงเรื่องกปาลภาติ ก็นึกขึ้นได้ ว่าลืมพูดผลของคาร์บอนไดออกไซด์ในเลือด ที่ลดลงตอนที่นำเสนอรายงานหน้าชั้น ดีใจที่ ถามมา ถือโอกาสนี้เสนอความคิดเห็นแบบ ตะวันตกพบตะวันออกอีกครั้ง คืองี้ คาร์บอนไดออกไซด์ในเลือด ถ้ามากกว่าค่าปกติ (hypercapnia) จะทำให้ เส้นเลือดสมองขยายตัว ในทางกลับกันถ้า น ้ อ ยกว ่ า ปกต ิ (hypocapnia) จะทำให ้ เส้นเลือดสมองหดตัว เวลาดมยาผ่าตัดสมอง เราจะตั้งการหายใจให้ค่า คาร ์ บ อนไดออกไซด ์ ใ นเล ื อ ดลดลงต ่ ำ กว ่ า ปกติเล็กน้อย เพื่อให้เส้นเลือดในสมองหดตัว เพื่อลดปริมาตรโดยรวมของสมองหรือที่เค้า เรียกว่าลดสมองบวมนั่นเอง แต่การหดตัว ของเส้ น เลื อ ดสมองไม่ ไ ด้ ห ดจนตี บ ตั น จน ไม ่ ม ี เ ล ื อ ดไปเล ี ้ ย งสมองอย ่ า งท ี ่ เ ป ้ ก ล ั ว (ปริมาณออกซิเจนที่อวัยวะอื่นอาจมากขึ้น ด้ ว ยซ้ ำ จากการที ่ เ ราหายใจเข้ า ออกอย่ า ง เร็ว) แต่การสอนคนทำกปาลภาติ อาจ ต้องเลือกนิดนึง เพราะมีอาการทางกายที่ สัมพันธ์กับจิตใจ ที่เรียกว่า hyperventilation syndrome ท ี ่ ผ ู ้ ป ่ ว ยจะหายใจเร ็ ว และไม ่ สามารถควบคุมได้ จนค่ากาซ คาร์บอนไดออกไซด์ในเลือดลดต่ำมากกว่า ปกติมากเกิดการเสียสมดุลของสารต่างๆ ใน เลือดและเนื่อเยื่อทำให้เกิดอันตรายได้ ดัง นั้นควรทำไม่เกินครั้งละ 1 นาทีอย่างที่ครู สอนอย่างเคร่งครัด และการหยุดหายใจที่ไม่ เกิน 45 วินาทีก็จะไม่ทำให้เกิดอันตรายใน คนปกติ (โดยเฉพาะคนที่เป็นโลกหลอด เลื อ ดทางสมองไม่ ค วรฝึ ก กปาลภาติ น ะ เพราะเราไม่ ร ู ้ ว ่ า ปฏิ ก ริ ย าและการปรั บ ตั ว ของเส้นเลือดต่อคาร์บอนไดออกไซด์ในเลือด ผิดปกติจากโรคหรือไม่ เช่นอาจเกิดการตีบ ตันของเส้นเลือดมากกว่าปกติจนนำมาซึ่ง การขาดออกซิเจนของสมองได้ หรือเดิมเค้า ตีบอยู่แล้วพอมันหดอีกนิดเดียว ก็เหมือน ฟางเส้นสุดท้ายอะไรประมาณนั้น) คราวน ี ้ ม าพ ู ด ถ ึ ง ประโยชน ์ ข องก ปาลภาติ แบบที่เราเข้าใจนะ คือเราว่าการที่ กบาลเปล่งประกาย คือความรู้สึกที่ในหัวมัน โล่งขึ้น เราเน้นว่าโล่งขึ้นนะ สาเหตุหนึ่งของอาการปวดศีรษะก็ คือการที่เส้นเลือดในสมองขยายตัว ดังนั้น ชั่วขณะที่เราทำกปาลภาติก็คือ เราทำให้ เส้นเลือดในสมองหดลงเล็กน้อย อาการปวด หรืออาการไม่ค่อยสบายในหัวก็ลดลง หรือ สิ่งกินที่ในสมองภายใต้กะโหลกศีรษะที่ไม่มี ความยืดหยุ่นนั้นได้น้อยลง ความดันก็น้อย ลง เราก็เลยรู้สึกโล่งขึ้นไง เดี ๋ ย วนี ้ เ วลาเราเป็ น ไมเกรน นอกจากเราจะพยายามผ่ อ นคลายใบหน้ า และร่างกายที่หดเกร็งโดยไม่รู้ตัวแล้ว เราจะ ทำกปาลภาติช่วยด้วย และสังเกตว่าต้อง ผ่อนใบหน้า และร่างกายก่อนที่จะทำกปาล ภาติถึงจะได้ผลดี ถ้าทำตอนที่คิ้วขมวดอยู่ก็ จะไม่ค่อยได้ผล อาจทำให้ปวดหัวมากกว่า เดิม (เราคิดเอาเองว่า อาจเกิดจากการส่ง ผ่านความดันที่หน้าท้องมาที่ศีรษะก็เป็นได้) อย่างไรก็ตามย่อหน้านี้โปรดอ่านโดยใช้วิจา รณญาน ถูกผิดใช้สติและประสบการณ์ของ แต่ละคนนะ ¹นÑัºบ¶ถ×ืÍอ¤ค‹‹Ðะ ºบØุŽŽÁม สูตรก็บอกว่านะว่าการบำเพ็ญโยคะที่ถูกต้อง สามารถขจัดความทุกข์ โทมนัส อาการ สะทกสะท้านกาย และการหายใจเข้าออกที่ ผิดปกติได้ .... ซึ่งอันหลังนี้แหละที่เรา ว่าhyperventilation เป็นกลุ่มอาการหนึ่งใน นั้น) แต่เราคิดว่าควรจะเลือกสอนให้ถูก เวลา ถูกคน จะได้ป้องกันอันตรายที่อาจเกิด ขึ้นจากความไม่เข้าใจ แล้วนำไปปฏิบัติอย่าง ไม่ถูกต้อง เช่นทำกปาลภาติบ่อยมากหรือ ทำครั้งละนาน จำได้ว่าครูเคยบอกว่าให้สอน แค่อาสนะกับคนทั่วไปก่อน (วันที่เราไปที่ TYI) ซึ่งเราก็คิดว่าถูกต้องอย่างยิ่ง โดยเฉพาะชั้นเรียน ที่มีนักเรียน ใหม่มาเกือบทุกวันนั้น น่าจะปลอดภัยนะที่ จะสอนอาสนะให้ น ั ก เรี ย นได้ ป รั บ ร่ า งกาย ปรั บ ใจ และขณะเดี ย วกั น ครู ผ ู ้ ส อนก็ ไ ด้ ประเม ิ น ว ุ ฒ ิ ภ าวะของน ั ก เร ี ย นในช ั ้ น ด ้ ว ย เพื่อการสอนในขั้นที่ลึกซึ้งต่อไป (ว่าควร สอนหรือไม่). พูดไปพูดมาคล้ายๆ ในพุทธ วิธีในการสอนเนอะ ... สอนให้ถูกเวลา ถูก คน และเป็นประโยชน์ ... แต่ถ้าถามว่า คาร์บอนไดออกไซด์ ในเลือดจะลดได้จากสาเหตุใดได้อีก เราขอ เสนอความคิดแบบแพะชนแกะนะ ก็ตอนที่เราทำการผ่อนคลายอย่าง ลึก หลังจากฝึกอาสนะไง. .. มีวิจัยที่เค้าให้ เราอ่านตอบการบ้านไง การที ่ ร ่ า งกายลดการสั น ดาปลง (ลดลงมากกว่าการนอนหงายปกติ) ก็จะใช้ ออกซิเจนน้อยลง มีของเสียที่เกิดจากการ สันดาปน้อยลง ซึ่งก็คือคาร์บอนไดออกไซด์ ในเลือดลดลงนั่นเอง ดังนั้น เราคิดว่าแค่ผ่อนคลายอย่าง ลึก 10 นาที .. นักเรียนของเรา ก็ลุกเดิน กลับบ้านตัวปลิว กบาลเปล่งประกายไปถึง ไหนถึงไหนแล้ว และเหมือนเดิมค่ะ โปรดใช้วิจา รณญานในการติดตามแพะชนแกะเอ๊ยตะวัน ตกตะวันออกนี้ด้วยนะคะ 2 เÃรÕีÂย¹น¤คÃรÙู áแÅลÐะ àเ¾พ×ื่Íอ¹นæๆ ที่ถามว่า แล้วเราจะรู้ได้ไงว่าใคร เคยมีอาการ hyperventilation syndrome นั้น คือที่เราอธิบายเรื่อง hyperventilation syndrome นั้น เราตั้งใจ ยกตัวอย่างถึงการหายใจเข้าออกผิดปกติที่ ทำให้เกิดอันตรายได้ ไม่ได้หมายความว่าไม่ ´ดŒŒÇวÂย¤คÇวÒาÁม¹นÑัºบ¶ถ×ืÍอáแÅลÐะ»ปÃรÒา¶ถ¹นÒา´ดÕี¤ค‹‹Ðะ ºบØุŽŽÁม ให้สอนกะคนที่เคยมีอาการเหล่านั้น (ในโยค 4] "áแÊส§งÊสÇว‹‹Òา§ง¹นÑั้¹น «ซ‹‹Íอ¹นÍอÂยÙู‹‹ËหÅลÑั§ง¤คÇวÒาÁมÁม×ื´ดÁมÔิ´ดàเÊสÁมÍอ" เก็บมาจากอีเมล์ช่วงน้ำท่วม จึงส่งมาให้อ่านกัน "ผมพั ก อยู ่ ป ระตู น ้ ำ พระอิ น ทร์ อยุธยา แต่ที่ทำงานอยู่ลาดพร้าว 80 ผมต้อง เดินทางไปกลับทุกวัน ตอนเช้าผมจะตื่นตีสี่ ครึ่ง ทำธุระส่วนตัวแล้วออกมารอรถประมาณ ตีห้ากว่าๆ โดยผมจะนั่งรถเมล์มาลงที่รังสิต แล้วต่อรถตู้มาลาดพร้าว ภาพที่ผมเห็นจนชินตาก็คือ ทุกคน ที่รอรถตรงหน้าเมเจอร์รังสิตต่างรีบวิ่งลงไป บนพ ื ้ น ถนนโดยไม ่ น ึ ก กล ั ว ว ่ า รถจะชนหร ื อ กีดขวางทางจราจร เมื่อเห็นรถตู้แล่นเข้ามา เทียบท่า ต่างแย่งชิง ทั้งเบียดเสียด บางครั้งก็ มีถ้อยคำด่าทอเสียๆ หายๆ ตามมาไม่ว่า หญิงหรือชาย คนขับบางคนก็พูดจาไม่สุภาพ ขับ รถเหมือนแม่ป่วยต้องนำส่งโรงพยาบาลก็ไม่ ปาน ปกติรถตู้สามารถนั่งได้ 14-15 คน แต่นี่ มีการเสริมเบาะนั่งให้ได้ 20 คน แออัด ยัดเยียด เบียดเสียดทั้งคันรถ พอรถออกตัว หน่วยคอลเซ็นเตอร์ก็เริ่มทำงานทันที คือต่าง ควักมือถือออกมาแล้วก็คุยๆๆ คุยๆๆ อย่าง ออกรสออกชาด ประหนึ่งว่ากรูนั่งมาในรถคน เดียวไม่ต้องเกรงใจคนรอบข้าง คนขับก็ไม่ ยอมน้อยหน้า โทรด่ากับเมียด้วยถ้อยคำที่ ไม่รู้ไปขุดมาจากไหน บางครั้งยังแถม "แจก กล้วย" ให้รถคันที่วิ่งแซงไปด้วย นี่เป็นชีวิต ประจำวันตลอด 3 ปีที่ผ่านมา แต่....เมื่อวานนี้เอง ผมรู้สึกถึงความ เปลี่ยนแปลง แน่นอนครับ "น ้ ำ ท ่ ว ม” หลายคนบอกน ้ ำ ท ่ ว ม มันดีตรงไหน ใช่ ครับน้ำท่วมไม่ใช่สิ่งที่ผู้คน ปรารถนา แต่น้ำท่วมทำให้ผมได้เห็นชีวิตใน อีกแง่มุมหนึ่งของผู้คนในเมืองฟ้าผ่องอำไพ แห่งนี้ วันนั้นผมเลิกงาน 5โมงเย็น จึงนั่ง รถบริษัทฯ มาลงสะพานใหม่ แล้วนั่งรถเมล์ สาย 39 ต่อ เพราะน้ำท่วมรถตู้วิ่งไม่ได้ รถเมล์วิ่งลุยน้ำมาถึงกม. 25 ก็ต้องหยุด เนื่องจากน้ำลึกไปต่อไม่ไหว กระเป๋าจึงแจ้ง ให้ผู้โดยสารลงจากรถเพื่อไปต่อรถทหาร ซึ่ง ไม่รู้ว่าจะมาตอนไหน ผมเดินลุยน้ำมารอบริ เวณเกาะกลางถนน ซึ ่ ง มี ผ ู ้ ค นยื น รออยู ่ ประมาณ 30 คน ผู้คนเหล่านั้นต่างมีสีหน้า กังวล บ้ า งก็ ห ั น มาพู ด คุ ย สอบถามกันว่าจะไปไหน จะมี รถหรือเปล่า ไอ้หนุ่มนักศึกษา ถามป้าจะไปไหน มาผมช่วย ถือของให้ พี่ผู้ชายไว้หนวด ช่วยอุ้มเด็ก 3 ขวบที่มากับแม่ ที่หิ้วของพะรุงพะรัง แฟนสาว ของไอ้หนุ่มนักศึกษาช่วยแม่ เด็กหิ้วกระเป๋า อีกมือใช้ กระดาษพ ั ด ไล ่ ย ุ ง ให ้ เด็กน้อย ลุงแก่ๆ สอง àเ¡ก็ºบÁมÒา½ฝÒา¡ก คนท ี ่ น ั ่ ง บนราวเกาะ กลางถนนเขยิบที่ พร้อมเอ่ยปากเชิญชวน ชายแก่อีกคนซึ่งยืนอยู่ข้างๆ มานั่งด้วยกัน มีรถผ่านมาเรื่อยๆ และสิ่งที่ผม เห็นคือรถเกือบทุก คันจะลดกระจกลงแล้วโผล่หน้าออกมาถาม ว่าจะไปไหน ถ้ารถเขาผ่าน รายนั้นๆ ก็จะได้ ติดรถไปด้วยคน ที่อยู่ไม่ไกลไปกันเกือบหมดแล้ว จะ เหลือก็พวกที่อยู่แถวประทานพร บางขัน นว นคร และก็ตัวผม ประตูน้ำพระอินทร์ รวม แล้วน่าจะประมาณ 17 คน เรารออยู่ประมาณสองชั่วโมง จึงมี รถโฟร์วีลคันหนึ่งผ่านมา คนขับหน้าตายังวัย รุ่นเปิดกระจกออกมาถามพวกเราว่า "มีไคร ไปนวนครมั้ย" เท่านั้นแหละ ทุกคนต่างยิ้ม แก้มแทบปริ พวกเรารีบทยอยขึ้นรถ บ้างก็ ช่วยดึงกันขึ้น บ้างก็ช่วยถือของโดยไม่ต้อง เอ่ยปากขอ แต่สิ่งที่พวกเราลืมคิดกันตอนนั้น คือ จำนวนคนกับรถมันไม่เหมาะสมกัน เนื่องจากโฟร์วีลกระบะมันเล็ก จุได้ แค่ 12 คน ที่เหลืออีก 5 คนคือ ไอ้หนุ่ม นักศึกษากับแฟน ลุงแก่ทั้งสอง และผม พวกเรามองหน ้ า ก ั น พ ี ่ ผ ู ้ ช ายม ี หนวดเอ่ ย ปากขึ ้ น ว่ า พวกคุ ณ ไปกั น ก่ อ น เดี๋ยวผมรอคันหลัง ว่าแล้วก็โดดผลุงลงมา เพื่อให้แฟนสาว ของไอ้หนุ่มนักศึกษาขึ้นไป แทน แฟนไอ้หนุ่มนักศึกษาบอกไม่เป็นไร ให้ ลุ ง ไปก่ อ นดี ก ว่ า เดี ๋ ย วหนู ก ั บ แฟนรอไปคั น หลัง และอีกหลายคนก็แสดงเจตจำนงที่จะ เสียสละ แต่แล้วสิ่งที่ทำให้ผมแทบกลั้นน้ำตา ไว้ไม่อยู่ก็คือ ป้าที่นั่งอยู่ลุกขึ้นแล้วพูดว่า "ถ้า ไปก็ต้องไปด้วยกันหมด" ให้พวกเราทุกคน ยืนขึ้นก็จะมีที่พอสำหรับทุกคน จริงอย่างที่ แกพูด พวกเราที่เหลือขึ้นมาบนรถได้ จากนั้น พวกเราก ็ ย ื น กอดเอวก ั น ไว ้ เ ป ็ น ร ู ป วงกลม แน่นกระชับ จะได้ไม่ล้มเวลารถวิ่ง จากนั้น รถก็เริ่มวิ่งลุยน้ำไปเรื่อยๆ ช้าๆ ในขณะนั้น สิ่งที่ผมสังเกตเห็นก็คือ รอยยิ้มจากมุมปากของทุกคน บาง คนก็มีมุขให้พวกเราได้หัวเราะกัน สนุกสนาน ดูแล้วแทบไม่น่าเชื่อว่ากลุ่มคนเหล่า นี้ไม่เคยรู้จักมัก จี่กันมาก่อนเลย และเมื่อถึง จุดที่มีคนลงรถ พวกเราก็จะล่ำลาและอวยพร ให้กันและกันเหมือนประหนึ่งกับญาติตัวเอง ไม่มีผิด จนในที่สุดรถก็วิ่งมาถึงนวนคร ซึ่ง เป็นจุดสุดท้าย พวกเราที่เหลือลงจากรถแล้ว ก็เดินไปไหว้ขอบคุณเจ้าของรถ แล้วผมก็ โบกมือลาไอ้หนุ่มนักศึกษากับแฟน เพื่อเดิน ต่อจากนวนครไปประตูน้ำพระอินทร์ ผมเด ิ น ไปย ิ ้ ม ไป ฮำเพลงบ ้ า ง ผิวปากบ้างอย่างอารมณ์ดี แบบที่ไม่เคยรู้สึก อย่างนี้มาก่อนเลย เหตุการณ์ในวันนี้ทำให้ ผมรู้ว่า "áแÊส§งÊสÇว‹‹Òา§ง¹นÑั้¹น «ซ‹‹Íอ¹นÍอÂยÙู‹‹ËหÅลÑั§ง¤คÇวÒาÁมÁม×ื´ดÁมÔิ´ดàเÊสÁมÍอ" 5] AFTERSHOCK มหาภัยพิบัติแห่งชีวิต ªชÇว¹น¤คÔิ´ด¶ถÖึ§ง ªชÕีÇวÔิµต·ท∙Õี่àเËหÅล×ืÍอ àเÃร×ื่Íอ§ง..àเ¤คÃร×ืÍอ¢ข‹‹ÒาÂยªชÕีÇวÔิµตÊสÔิ¡ก¢ขÒา ภั ย พ ิ บ ั ต ิ ธ รรมชาต ิ เป ็ น เหต ุ ก ารณ ์ ท ี ่ อ าจเก ิ ด จาก ธรรมชาติ หรือเกิดจากการกระทำของมนุษย์ก็ได้ มีทั้งแบบที่เกิด ขึ้นอย่างปัจจุบันทันด่วนอย่างไม่ทันตั้งตัว ตลอดรวมถึงเหตุการณ์ ที่ค่อยๆ เกิดทีละนิดจนไม่รู้เนื้อรู้ตัว มารู้สึกอีกทีก็สายเสียแล้ว เหมือนทฤษฎี “กบต้มน้ำ” (The Boiled Frog Theory) น้ำที่ค่อยๆ ร้อนทีละนิดทำให้กบปรับตัวตามอุณหภูมิไปเรื่อยๆ จนรู้สึกตัวอีกที ว่าตกอยู่ในอันตรายก็หมดเรี่ยวแรงที่จะกระโดดหนีออกมาจากน้ำที่ ร้อนเสียแล้ว เท่าที่ได้มีการศึกษารวบรวม และบันทึกรายละเอียดไว้ ณ เวลานี้เกี่ยวกับภัยพิบัติทางธรรมชาติ1 แผ่นดินไหวเป็นหนึ่งในนั้น เป็นภัยที่ยังไม่สามารถทำนายหรือคาดการณ์ได้อย่างแม่นยำว่าจะ เกิดขึ้นเมื่อไร หลังเกิดแผ่นดินไหวรุนแรงทุกครั้ง (Main Shock) จะ เกิดแผ่นดินไหวซ้ำซ้อน หรือที่เรียกว่า After Shock ตามมานับพัน ครั้ง ขึ้นอยู่กับความรุนแรงของ Main Shock บางครั้งรุนแรงจน รู้สึกได้ชัดเจน บางครั้งก็ไหวน้อยๆ จนต้องใช้เครื่องวัด ทั้งนี้ ขึ้นอยู่ กับปัจจัยและสภาพแวดล้อมของพื้นที่ ย้อนหลังไปสามสิบกว่าปี เคยเกิดแผ่นดินไหวขึ้นที่เมือง ถังซัน มณฑลเหอเป่ย อยู่ทางตอนเหนือของประเทศจีน วัดความ รุนแรงได้ 7.8 ริกเตอร์ นับเป็นเหตุการณ์แผ่นดินไหวที่รุนแรงที่สุด ในช่วงศตวรรษที่ 20 แม้จะเกิดขึ้นเพียงแค่ 23 วินาที ของกลางดึก เวลา 03.42 น. ในวันที่ 28 กรกฎาคม พ.ศ. 2519 ส่งผลให้มีผู้เสีย ชีวิตกว่าสองแสนคน ทั้งที่ปรากฏและจมหายอยู่ในใต้ซากปรักหัก พังของอาคารบ้านเรือน ซึ่งพังราบเป็นหน้ากลอง ประเมินค่าความ เสียหายในเวลานั้นเป็นเงินมากกว่า 10,000 ล้านหยวน ก่อนหน้าวันเกิดเหตุเพียงวันเดียว น้ำในบ่อของหมู่บ้านที่ เม ื อ งถ ั ง ซ ั น ต ่ า งพ ุ ่ ง ข ึ ้ น ลงถ ึ ง สามคร ั ้ ง โดยไม ่ ม ี ใ ครคาดค ิ ด ถ ึ ง สัญญาณมรณะนี้ ในขณะที่ผู้คนส่วนใหญ่กำลังนอนหลับใหล ก็เกิด แผ่นดินไหวอย่างรุนแรงในฉับพลันโดยไม่มีการสั่นเตือนล่วงหน้า ใดๆ ทั้งสิ้น ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตทันทีในที่เกิดเหตุราว 80,000 คน และ กว่า 2,000 คน ในจำนวนนั้นเสียชีวิตในโรงพยาบาล และเป็น ไปได้ว่ามีคนงานเหมืองจำนวนมากที่ทำงานในเวลานั้น ถูกฝังทั้ง เป็น ตัวเลขของทางการ ระบุจำนวนผู้เสียชีวิตในเหตุการณ์นี้ ทั้งสิ้น 242,769 คน ขณะบางข้อมูลบอกว่า อาจมีจำนวนผู้เสียชีวิต มากกว่านั้นถึง 3 เท่า อยู่ที่ประมาณ 650,000 คน หรือ 1 ใน 3 ของชาวเมืองนี้ ที่มีอยู่ในเวลานั้นประมาณ 1.6 ล้านคน แผ่นดินไหวที่ถังซัน เกิด After Shock ตามมานับครั้งไม่ ถ้วนกว่าจะคืนสู่สภาพปกติแล้วจึงค่อยๆ มีการบูรณะเมืองขึ้นมา ใหม่จนสภาพบ้านเมืองกลับมามีชีวิต แต่สำหรับแรงสั่นสะเทือน ภายในใจ ซึ่งยังคงเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องในความทรงจำของผู้รอด ชีวิตที่สูญเสียครอบครัวอันเป็นที่รัก ทุกลมหายใจยังคงวนเวียนอยู่ กับเหตุการณ์นั้น นับเป็นเรื่องยากที่ผู้ไม่ประสบเคราะห์กรรมด้วย ตนเองจะเข้าใจ [6] ครอบครัวแซ่ฟาง เป็นหนึ่งในหลาย พันหลายหมื่นครอบครัวที่ประสบ โศกนาฏกรรมของชี ว ิ ต สู ญ เสี ย ผู ้ น ำ ครอบครัวไปอย่างไม่ทันตั้งตัว แม่เป็นคนที่ รอดชีวิตเพียงคนเดียวที่ได้รับบาดเจ็บทาง ร่างกายเล็กน้อย แต่ภายในใจเธอนั้นคงสุดจะ บรรยาย เพราะเธอกำลังรับรู้ว่าลูกชายและ ลูกสาวฝาแฝดต่างก็ติดอยู่ใต้คานคอนกรีต คนละด้าน เธอได้ยินเสียงลูกชายพร่ำร้อง เรียก “แม่จ๋า ช่วยด้วย” ในขณะที่เห็นร่าง ลูกสาวผ่านช่องเล็กๆ นอนสงบเงียบไม่ไหว ติง หน่วยกู้ภัยมีเวลาไม่มากในเวลานั้น รอให้ แม่เป็นผู้ตัดสินใจว่าจะให้ยกคานด้านไหน นั่นหมายถึงเธอสามารถเลือกช่วยชีวิตลูกได้ เพียงคนเดียว แม่กรีดร้องอย่างโหยหวนว่า ต้ อ งช่ ว ยลู ก เธอทั ้ ง สองคนสิ ซ ้ ำ แล้ ว ซ้ ำ เล่ า น ้ ำ ตาแทบจะไหลอาบแก ้ ม ลงมาเป ็ น สาย เลือด จนหน่วยกู้ภัยต้องยอมถอดใจเตรียมที่ จะผละไปช่วยคนอื่น ๆ ที่ต่างก็กำลังรอความ ช่วยเหลืออย่างเร่งด่วนอยู่เช่นกัน “ลูกชาย” เสียงแหบพร่าที่เค้นออกมาอย่างเจ็บปวดรวด ร้าวในสิ่งที่เธอต้องเลือกโดยไม่ได้อยาก จำ ต้องเลือกทั้งๆ ที่ไม่มีทางเลือก “ลูกชาย” เสียงที่ฟาดลงมากลางหัวใจฝาแฝดพี่สาวก ลายเป็นมหาวิบัติภัยครั้งใหญ่ในชีวิต ร่างของ แฝดพี่ถูกวางกองไว้ข้างศพของพ่อ แม่ค่อยๆ หอบร่างลูกชายที่เหลือแขนเพียงข้างเดียว อย่างทุกลักทุเลดั้นด้นไปถึงค่ายกู้ภัยเพื่อรับ ความช่วยเหลือ แต่ชีวิตที่เหลือของเธอหลังเกิดแผ่นดินไหว บวกกับมหาวิบัติภัยทางธรรมชาติที่มนุษย์ กระทำต่อกัน ด้วยคำพูดเพียงประโยคเดียว “ลูกชาย” เธอไม่ได้ถูกเลือกจากคนที่เธอรัก มากที่สุดและเขาน่าจะรักเธอมากที่สุด กลาย เป็นอาญาชีวิตที่มีผลสั่นสะเทือนในใจ ก่อให้ เกิดปฏิกิริยาสะท้อนกลับทางความคิดปรุง แต่งว่า “ไม่เป็นไร เมื่อไม่มีใครต้องการ ก็ไม่ เห็นต้องแคร์อะไรเลย” กลไกทางความคิดนี้ ช ่ ว ยให ้ ช ี ว ิ ต เธอผ ่ า นพ ้ น สถานการณ ์ ย าก ลำบากและดำเนินต่อไปได้ด้วยการไม่ใส่ใจ ไม่แคร์ความรู้สึกคน เป็นพลังขับเคลื่อนชีวิต มาตลอด After Shock ในใจนี้กินเวลา ยาวนานถึง 32 ปี ที่เธอไม่ยอมออกมาแสดง ตัวว่ายังมีชีวิตอยู่ ทิ้งให้แม่จมอยู่กับความ ทุกข์แสนสาหัส แม่ต้องทนแบกรับแรงสั่น สะเทือนของความรู้สึกผิด ที่เลือกลูกชายแล้ว ปล่อยให้ลูกสาวต้องตาย และเมื่อเธอรู้ความ จริ ง ว่ า ตอนที ่ เ ธอกั บ น้ อ งติ ด อยู ่ ใ ต้ ค าน คอนกรีตคนละด้านนั้น แม่ไม่ได้เลือกให้น้อง ชายอยู่เพราะเป็นผู้ชาย แต่จำต้องเลือกให้ เธอต้ อ งตายเพราะเธอได้ แ ต่ น อนนิ ่ ง ไม่ ม ี สัญญาณชีพใดๆ ให้แม่ได้รับรู้ว่าเธอยังมีชีวิต อยู่ วันนี้เธอแทบจะไม่สามารถให้อภัยตัวเอง ได้ รู้สึกขยะแขยงกับความคิดของตัวเองที่มี อาน ุ ภ าพทำลายล ้ า งอย ่ า งท ุ ก ข ์ ท รมานใจ มากมายเหลือเกิน “มหาวิบัติภัยแห่งชีวิต ที่มนุษย์ สร้างขึ้นจากความ คิดปรุงแต่งนี้หรือเปล่า ที่ รุนแรงร้ายกาจกว่าหายนะใด ๆ” Ãร‹‹ÇวÁมáแÅล¡กàเ»ปÅลÕี่Âย¹นËหÃร×ืÍอÊสÐะ·ท∙ŒŒÍอ¹นÁมØุÁม ไม่มีใครคาดคิดว่า ปาฏิหาริย์จะเกิด ขึ้นกับชีวิตของแฝดพี่ เธอฟื้นคืนสติกลับมา ÁมÍอ§งªชÕีÇวÔิµตäไ´ดŒŒ·ท∙Õี่¤คÃรÙู´ดÅล:ªชÕีÇวÔิµตÊสÔิ¡ก¢ขÒา ด้วยการช่วยเหลือของครอบครัวทหารและ tanawatk@gmail.com รับอุปการะเป็นบุตรบุญธรรมในเวลาต่อมา AFTERSHOCK 1 ÀภÑัÂย¾พÔิºบÑัµตÔิ·ท∙Òา§ง¸ธÃรÃรÁมªชÒาµตÔิ 10 »ปÃรÐะàเÀภ·ท∙äไ´ดŒŒáแ¡ก‹‹. ¡กÒาÃรÃรÐะàเºบÔิ´ด¢ขÍอ§งÀภÙูàเ¢ขÒาäไ¿ฟ, áแ¼ผ‹‹¹น´ดÔิ¹นäไËหÇว, ¤คÅล×ื่¹นãใµตŒŒ¹นŒŒÓำ, ¾พÒาÂยØุ, ÍอØุ·ท∙¡กÀภÑัÂย, ÀภÑัÂยáแÅลŒŒ§ง, ÍอÑั¤ค¤คÕีÀภÑัÂย, ´ดÔิ¹น/âโ¤คÅล¹น¶ถÅล‹‹Áม, ¾พÒาÂยØุËหÔิÁมÐะ¶ถÅล‹‹Áม, áแÅลÐะ âโÃร¤คÃรÐะºบÒา´ดãใ¹น¤ค¹นáแÅลÐะÊสÑัµตÇว [7] ñ๑ù๙ ¾พ.Âย. ò๒ð๐ñ๑ñ๑ äไ»ปàเÃรÕีÂย¹น ÈศÔิÅล»ปÐะºบÓำºบÑั´ด เรียนครูที่เคารพ ไม่ได้เขียนมาคุยกับครู น า น แล้วค่ะ ครูสบายดีใช่มั๊ยคะ? รอดพ้นจากการ เยี่ยมเยียนของป้าน้ำ (เพราะเธอผ่านหลักสี่ มาแล้ว) ไปได้นะคะ อยากเขียนมาเล่าความ คืบหน้าของการเรียนศิลปะบำบัดให้ครูฟัง หลังจากวันที่ครูได้กรุณาให้คำปรึกษาและ เขียนจดหมายรับรองให้ ก็ ๑ ปี ๓ เดือนแล้ว ค่ะที่ได้เป็นนักเรียนศิลปะบำบัด เมื ่ อ ช่ ว งมิ . ย. ๒๐๑๐ หนู ข อ สารภาพตามตรงว่า ตอนนั้นกลัว หวั่นใจที่ จะตัดสินใจเรียน ถามตัวเองว่ากลัวอะไร? กลัว...กลัวเรียนแล้วไม่ชอบ กลัวไม่ชอบแล้ว เสียดายเงิน เสียดายเวลา กลัวเพื่อนๆ ว่าว่า โง่ไร้สาระ บอกแล้วไปเรียนทำไม ที่ผ่านมา ทำอะไรเยอะแยะแล้วไม่เห็นทำจริงจังซัก อย่างทั้งเป็นธรรมบริการ เรียนโยคะ ไปช่วย หมอเขียว นี่คือการแสวงหาใหม่รึเปล่า อาย ที่เหมือนคนไม่ทำอะไรจริงจังซักอย่าง หนูก็ มานั่งทบทวนเสียงเหล่านี้ แต่ใจนึงก็บอกว่า คงมีซักครั้งที่ขอลองทำตามใจตนเองโดยไม่ ต้อง บวก ลบ คูณ หาร ประโยชน์ที่จะได้ ถ้า เจ็บตัวค่อยว่ากันอีกครั้ง ก็...คิดมากเหมือน กันค่ะ แค่คิดแต่ไม่ทุกข์ค่ะ โดยครูก็ได้ตอบหนูว่า “ผมแยก พิจารณาหลายๆ ประเด็น เรื่องเสียดายเงิน ถ้าไม่เดือดร้อนเรื่องเงิน ก็ไม่เสียดาย เงินมี ไว้ใช้ครับ เรื่องอายเพื่อน ไม่เห็นต้องอายเลย เพื่อนเขาก็ว่าของเขาไป หวังดีบ้าง แค่เมาท์ บ้าง รู้จริงบ้าง ไม่รู้จริงบ้าง ไอ้เรื่องที่ว่า เรา เรียนหลายอย่าง ก็ไม่เห็นต้องไปกังวลอะไร คนบางคนจังหวะดี พบสิ่งที่ตัวเองแสวงหา ต ั ้ ง แต ่ อ าย ุ ไ ม ่ เ ยอะ แต ่ ค นส ่ ว นใหญ ่ ไ ม ่ ม ี จังหวะเช่นนั้น อย่ า งที ่ เ ราเคยได้ ย ิ น เขาบอก มนุษย์เริ่มชีวิตตอนอายุ 40 น่ะบางคน จน ตายไป ยังไม่รู้เลยว่า ตกลงเราชอบอะไร เกิดมาทำไม ที่สำคัญคือตัวเองต่างหาก เรา ล่ะ ลึกๆ แล้ว คิดยังไง ผมมองว่า เราเกิดมาเพื่อแสวงหา แสวงหาในสิ่งที่เหมาะ ที่ลงตัวสำหรับเรา เพื่อเราจะได้เปล่งศักยภาพสูงสุด ทั้งเพื่อ การหยั่งลึกลงสู่ภายในตนเอง และเพื่อ สร้างประโยชน์แก่ผู้อื่น ถ้าศิลปะ เป็นสิ่งที่ เรารัก มันจะนำเราไปสู่การรู้ และเข้าใจ ตนเอง การแทงทะลุลงสื่อความถ่องแท้ของ ชี ว ิ ต มั น จะทำให้ เ รารั ง สรรค์ จนเกิ ด ประโยชน์ต่อผู้อื่นด้วย (ในกรณีนี้ ก็อาจจะ เป็นศิลปบำบัดนั่นเอง) ในกรณีนี้ เราลองทบทวน ไตร่ตรองดู เรารักศิลปะแค่ไหน? เราสนใจ เรื่องศิลปะบำบัดแค่ไหน? และลองศึกษา หลักสูตรนี้ดูด้วย หลักสูตรนี้เป็นของ วอลด อร์ ฟ ซึ ่ ง เป็ น ปรั ช ญาการศึ ก ษาที ่ ม าจาก เยอรมัน ถ้าเราสนใจปรัชญาวอลดอร์ฟ อยู่ แล้ว หลักสูตรนี้ก็เหมาะ แต่ถ้าไม่ใช่ ยังไม่ ถูกใจกับหลักสูตรนี้ ถ้าเราสนใจศิลปะ การ ไปลงเรียนศิลปะ ล้วนๆ อาจมีความสุข มากกว่า หรือ ถ้าเราสนใจแนวปรัชญาวอลด อร์ฟ การไปเรียน วอลดอร์ฟ โดยตรง อาจได้ อะไรเป็นชิ้นเป็นอันมากกว่า ส่วนการบำบัดเยียวยา คิดว่า บี มี พื้นฐาน จากการศึกษา ทันตแพทย์อยู่แล้ว ถ้าเราชอบทั้ง 3 เรื่อง ศิลปะ การบำบัด การ ศึกษาวอลดอร์ฟ หลักสูตรนี้ก็จะตอบโจทย์ ได้น่ะ” มาถึงวันนี้ ก็ต้องขอบพระคุณครู มากค่ะที่ให้คำแนะนำในวันนั้นค่ะ คำพูด ของคร ู ใ นว ั น น ั ้ น ทำให ้ ม ี ส ่ ว นช ่ ว ยในการ ตัดสินใจและก็เป็นกำลังใจให้หนูค่ะ คำพูดที่ ว่า "เราเกิดมาเพื่อแสวงหา แสวงหาใน สิ่งที่เหมาะ ที่ลงตัวสำหรับเรา เพื่อเราจะได้ เปล่งศักยภาพสูงสุด ทั้งเพื่อการหยั่งลึกลงสู่ ภายในตนเอง และเพื่อสร้างประโยชน์แก่ผู้ อื่น ถ้าศิลปะ เป็นสิ่งที่เรารัก มันจะนำเราไป สู่การรู้ และเข้าใจตนเอง การแทงทะลุลงสื่อ ความถ่ อ งแท้ ข องชี ว ิ ต มั น จะทำให้ เ รา รังสรรค์ จนเกิดประโยชน์ต่อผู้อื่นด้วย" (อ่าน ครั้งใดก็น้ำตาซึมทุกที) ก่อนตัดสินใจมาเรียนศิลปะบำบัด เหมือนมีเสียงๆหนึ่งกระซิบในหัวทุกค่ำคืน ถึงบางอย่างที่รอให้เข้าไปค้นหา เป็นคำตอบ ในชีวิตที่รอคอยให้เราเดินทางไปพบ จนวัน ที่ประกาศผลสอบสอบสัมภาษณ์แล้ว หลัง จากนั้นชีวิตหนูก็เปลี่ยนไปค่ะ:-) การเรียนศิลปะบำบัดไม่ได้ราบรื่น อย่างที่คิด แต่ก็สนุกและมีความสุขในทุกๆ ครั้งที่เรียน แม้ว่าหลายครั้งมีเหนื่อยบ้าง ท้อ บ้าง แต่ก็คิดว่า "เมื่อได้ทำในสิ่งที่รักแล้ว แม้ว่ายัง มองไม่เห็นปลาย ทางหรืออาจจะไม่ประสบ ความสำเร็จ แต่ระหว่างทางที่เดินไปก็มีแต่ ความสุขและความเบิกบานใจ ของการได้ทำ สิ่งที่รัก" ตลอดช่วงเวลาที่เรียน ได้เห็นการ เปลี่ยนแปลงของตัวเอง ได้มองภาพสะท้อน ของความนึกคิด จิตใจและการเติบโตของ ตนเองผ่านการทำงานศิลปะชิ้นต่างๆได้เห็น นิสัยบางอย่างในตนเองที่เรารู้ว่า "มี" ในตัว เราและอยากปฏิเสธว่าเราไม่ใช่คนแบบนั้น แต่ก็ยากที่จากหลีกเลี่ยงได้เมื่อรูปที่วาดมัน ฟ้องออกมา ได้เห็นความไม่สมดุลในใจและ สิ่งที่เป็นตะกอนอยู่ข้างใน แต่กลับมาเปิด เผยในรูปวาดของเรา รูปแล้วรูปเล่า สิ่งเหล่านี้ทำให้หนูได้กลับมาทบท วนตนเอง ทั้งเรื่องงาน, การปฏิบัติธรรม และ การเติบโตด้านในของตนเอง รู้สึกขอบคุณ ครูจากใจอีกครั้งที่มีส่วนในการเปลี่ยนแปลง ครั้งนี้ของหนู เวลานี้เสียงกระซิบในใจของ หนูเงียบลงไปแล้ว เป็นช่วงเวลาแห่งการเดิน ทางต่อไปสู่ปลายทางตามที่ตั้งใจไว้ โดยผ่าน การรู้จักและเข้าใจตนเอง ขอให้ ค รู ม ี ค วามสุ ข และเจริ ญ ใน ธรรมค่ะ เคารพ&รัก / ºบØุ­Þญàเ¾พ×ืè่Íอ¹น´ดÕี (ºบÕีàเ¾พ×ืè่Íอ¹น´ดØุÅลÂย) [8] àเÃร×ื่Íอ§ง¢ขÍอ§งàเÃรÒา ·ท∙ÓำãใËหŒŒàเ¤คŒŒÒาÂยÔิ้Áม«ซÖึ้§ง âโ´ดÂย..áแÁม‹‹µตÑัÇว´ดÕี ไม่มีตก กลางคืนนอนหลับยาวเป็นแล้ว แต่ดิ้นกระจุย แบบว่า เท้าถีบหน้าอกแม่ โอย ปางตายเลยลูก แต่ไม่เป็นไร กลิ่นตัว หอมของลูกเหมือนกลิ่นขนมพายข้าวโพดอบเลย แม่ชอบ เดือนนี้แม่ออกจากถ้ำอย่างเป็นทางการ สมัครเฟซบุ๊คไว้โม้กับ เพื่อนๆ หลังจากเพื่อนเลิกคบไปเกือบปี เพราะเพื่อนรักของ แม่กลายเป็นลูกไปแล้ว แม่ไม่ลืม วันคืนที่ผ่านมาของเรานะลูก เหนื่อยมาก แต่แม่ได้รางวัลจากสวรรค์ (มั้งลูก) คือ ลมหายใจ ของหนู หายใจรดอกแม่ทุกวัน ตะกายงับคองับจมูกแม่ทุกที คราบอึเหนียวหนึบติดมือแม่ประจำ แล้วก็เหยียบเท้าแม่แล้ว นะ เพราะพร้อมกำลังหัดเดินแล้วจ้า รักนะ ลูกชายของแม่ ด.ช.พร้อม” ลงชื่อ แม่ตัวดี ศรีทนได้ มีเรทติ้งจากผู้อ่าน ๔๔ เสียง มีคนเข้ามาแสดงความเห็นต่อ เนื้อความที่ฉันโพสต์ ๓ คนค่ะ เค้าเขียนว่า 1) Your boy is same age as mine. What he did to you is exactly my boy did to me. I was laughing to tear while reading your comment. Mother job is the best job of all ! .. Thanks for making me laugh 2) อ่านแล้วน้ำตาซึม นึกถึงแม่เลยครับ .. รักแม่ 3) ใช่ค่ะ ขวบปีแรก ไม่ได้นอนเลย ฉันผอมมาก ส่วนลูกชาย มันอ้วนจ้ำม่ำ โตเร็ว .. ใครเห็นลูกก็อิจฉา ฉันเก็บบันทึกนี้ไว้ให้ลูกๆ อ่านตอนโต เพื่อบอกลูกว่า เราสุขใจ เมื่อไหร่ก็ได้ที่เราทำให้ผู้อื่นยิ้มออก ลองทำ ดูนะลูก ฉันเขียนแสดงความคิดเห็น เมื่อหนังสือพิมพ์เมเนเจอร์ ออนไลน์คอลัมน์ไลฟ์แอนด์แฟมิลี่ เปิดพื้นที่ในประเด็นว่า แต่ละ ครอบครัวเลี้ยงลูกวัยไหนเหนื่อย มันส์ ที่สุด หรือพฤติกรรมใดของลูก ที่คิดว่าสุดๆ แล้วในชีวิตคนเป็นพ่อแม่ ฉันโพสต์ไปว่า “ขวบแรกค่ะ มันส์ที่สุด ช่วงสามเดือนแรก กินนมแม่กระหน่ำ จนแม่โทรมไปเลย เหมือนแม่หมานอนกกลูก ไม่ได้ออกจากถ้ำ ไม่รู้วันคืน ผ่านวัน ผ่านคืนเร็วมาก แต่ได้รางวัลคือ ลูกน้อยกลายเป็นซูโม่ นอน กิน ทำน้ำหนัก หล่อท้ังวัน ยัยแม่ก็ฟีบลงๆ เหมือนปอบเลย ขวบแรกค่ะ ตาโหลเหล นุ่งคอกระเช้า ห่มน้อย จำเป็นนะลูก กินนมง่ายดี มันส์ที่สุด รูปหล่อกินนมบ่อยเหลือเกิน สามถึงหกเดือน ลูกมีพัฒนาการตามวัย เป็นที่น่ามอง แก่ผู้พบเจอ ซูโม่กลายเป็นลูกหมูสีชมพู หนุ่มผิวเนียนของแม่ บัดนี้ โตขึ้น ผมยาวตั้งเป็นแท่งดินสอ ขนาดโกนผมไฟซะเกลี้ยงแล้วนา ยัย แม่เริ่มลืมตาอ้าปาก ไม่ต้องโกยข้าวเข้าปากแล้ว เริ่มรู้รสชาติข้าว ปลาอาหารตรงหน้า หกถึงเก้าเดือน เริ่มนั่งได้แล้ว มุขรูปหล่อคือ เวลาจะผายลม ใช้วิธีเอียงก้นด้วยน๊า แล้วยิงโป้ง หัวเราะตัวเองด้วย แม่ผอมยังไงก็ ต้องแบกรูปหล่อไปด้วย กินข้าวก็แบกไว้ เข้าห้องน้ำก็ไปพิสูจน์กลิ่น ด้วยกัน แบกเท่านั้นที่ลูกชายต้องการ อุ้มไปทุกที่ที่มีทาง เก้าเดือนถึงขวบ อีกไม่กี่วันแล้ว คุณชายพร้อมของแม่จะ ขวบแล้ว สมตามตำรา (ที่แม่โม้เอง) ลูกเกิดปีเสือ เดือนสิงห์ ฮีแรงดี [9] âโÂย¤คÐะ ¨จÔิµตÍอÒาÊสÒา ¶ถÖึ§ง¤คÃรÙู áแÅลÐะàเ¾พ×ื่Íอ¹นæๆ ·ท∙Õี่¹น‹‹ÒาÃรÑั¡ก·ท∙Øุ¡ก¤ค¹น วันนี้เป้จะมาเล่าโยคะจิตอาสา ภาค สี่ ....นำโดยครูดาว (โยคะแบบหมูๆ แต่ไม่ หมู) วันอังคาร (วันนี้สีชมพู) ที่ 13 ธ.ค. 54 น้องดาว (ครูดาวนิสัยเดิม ชอบแหย่ ขี้เล่น ขำๆ ของพวกเรา) มาเป็นครูอาสา สอนโยคะ ที่ทำงานเป้ วันนี้เจ้ากรรม เป้ทำโทรศัพท์หาย หลังทานข้าวเที่ยง (หล่นไปใต้เบาะรถ เฮ้อ กว่าจะหาเจอบ่ายสี่โมงเย็น วิ่งตา เหลือกหาไปทั่ว เกือบได้ซื้อใหม่) เลยไม่ได้รับโทรจากน้องดาว กังวล กลัวเขามาไม่ถูกแต่จำเบอร์ใครไม่ได้ซักคน (ตัวเองยังท่องๆ เลย) เอาเข้าจริง น้องหมิว และน้องดาวมารอที่ห้องเรียนแล้ว แถมมี นักเรียนมาและจัดเสื่อไว้เสร็จ.. ครูสาวของเราจัดเบาะเป็นวงกลม ซึ่งเป้ว่าคงไม่พอเพราะคนมาเรียนเยอะมาก เป็นพิเศษ 16 คน มีทั้งครั้งแรก สองครั้ง และ มากครั้ง มีทั้งสาวๆ แก่ หนุ่มพุงเยอะๆ คน หนึ่ง และหนุ่มตัวแข็งๆ อีกหนึ่ง ป้าๆ ก็สามสี่ คน ห้าสิบอัพก็มีนะจ๊ะ ห้าโมงสิบนักเรียนก็ยัง ทยอยๆ มาไม่ขาด ครูต้องเริ่มเดินเครื่อง เพราะนักเรียนจะลงไป svasana แล้ว.. น้องดาวซึ่งวันนี้ผอมลง (พี่ดูไม่ผิด นะ) ก็แนะนำตัว ชื่อดาวค่ะ เรียนคอร์สเดียว กับพี่เป้ แต่วันนี้จะมานำเสนอโยคะแนวของ ตนเอง ก็ให้ทุกคนเริ่มเลยค่ะ นั่งท่าเพชรค่ะ ทำพรหมมุทราบริหารคอก่อน ก็ให้หมุนคอไป ด้านขวาก่อน ค้างไว้ แล้วกลับมาตรงกลาง หมุนไปด้านซ้าย ค้างไว้ กลับมาตรงกลาง เชยคางข ึ ้ น ถ ้ า ใครได ้ ใ ห ้ เ งยเยอะหน ่ อ ย (แหมๆ ตอนนี้พี่แย้งในใจนะน้อง ติดอยู่กับ สถาบันฯ ว่าให้ระวังเวลา แหงนคอ แต่ก็ทำตามนะจ๊ะ) ระวังเอง..ไม่รู้ลูกศิษย์ทราบ หรือเปล่า จากน ั ้ น ก ็ ต ่ อ ด ้ ว ย ท่าบริหารกล้ามเนื้อท้องมั๊ง (ถ ้ า ผ ิ ด อย ่ า ว ่ า ก ั น ล ื ม ...) ทำท่าเรือ โอ้แม่เจ้า เหงื่อ แตกเลย นับสิบนะพี่ น้อง...ทำสองครั้งอีกด้วย มีท่างูเล็กก่อน (ของสถาบันฯ) ต่อ ด้วยท่างูใหญ่ (อืม รู้สึกแรงกดอยู่ที่หลังส่วน ล่างเยอะ ถูกหรือเปล่าจ๊ะ) แต่เขาให้หย่อน ศอกด้วยนะ จากนั้นให้ทำท่าสามเหลี่ยม ว้าว ขาที่เมื่อวานเมื่อยๆ อยู่จาก การไปช่วยล้างชาม (บ้านน้ำท่วมเมืองเอก) หายเลยนะจ๊ะ ทำข้างละสองรอบ และค้างท่า นานจนเป้ต้องไม่รอแล้ว (ครูแกล้งลืมหรือ เปล่าไม่ทราบ หอบเลย) จากนั้นก็มีท่าสุนัขก้ม (อยากเรียก หมาได้ป่ะ) หมาคงหิวมั๋งครูดาว ก้มหลายที เชียว จริงๆ ท่านี้คงให้คนเป็นความดันระวัง ด้วยเนอะ เพราะพี่ยังมึนๆ เลยแหละ แต่ก็ดี นะ ได้กดสะบักที่ปวด (หายอีกแล้ว เย้ๆ) ครู ดาวทำท่าที่ถูกต้องให้ชมอีกรอบ เพราะส่วน ใหญ่ทำไม่ถูกต้อง แล้วก็มีท่าพับขาไว้ด้านหน้า อีกขา เหยียดไปด้านหลัง ก้มหัวลงที่พื้น อืม คิดถึง ปัจฉิโมตตานาสนะ ความรู้สึกแตกต่างกันที่ ท้อง (แรงดัน) ครูดาวเฉลยหน่อย... แต่เป็น ท่าที่ดีมากค่ะ จากนั้นก็มีท่าบิดกระดูกสันหลัง (ของสถาบันฯ เราเนอะ..) มีให้เลือกไขว้หรือ ไม่ไขว้ขา แหม..นักเรียนส่วนมากก็อยากทำ ตามครูไขว้กันใหญ่ EPISODE 4 เนี่ยจำไม่หมดนะ...สอนเยอะ ปล่อย ของ (ศัพท์สาวๆ เขาใช้กัน ) แยะ ปิดท้าย ด้วย deep relax.. น้องดาวเขาว่าเป็นกลุ่มๆ ไปเลย ผ่อนนิ้วเท้า ฝ่าเท้า สันเท้า หัวเข่า น่อง ก้น เอว ท้อง อก หลัง ไหล่ มือ ศีรษะ ...แปลกแต่ก็รู้สึกดีนะเพื่อนๆ น้องดาว พูดช้า และชัดเจน มีความมั่นใจ และแสดงท่า ให้ดูอย่างสวยงาม หลังสอนเสร็จมีสาวๆ สนใจว่าถาม กันสี่ห้าคน พี่ไปเสาะหายาขมให้น้องแล้ว สาวน้อยและหนุ่มชอบมากๆ แต่คนแก่ยังไม่ ได้ถามนะ ส่วนตัวพี่เป้ ก็ไม่รู้ว่าหวานหรือขม แต่ถ้าให้คะแนนก็ให้ 95% ที่เหลือคือ ระหว่าง ท่าไม่ค่อยได้พัก (พี่แก่แล้วนะ ) ตอนทำ ผ่อนคลายอย่างลึก พูดน้อยไปนิดนึง หมาย ถึ ง ส่ ว นของร่ า งกายแหว่ ง ไปจิ ๊ ด เดี ย วจ๊ า ... (หรือว่าพี่คะยั้นคะยอน้องเองเนี่ย) สรุปวันนี้ น้องดาวเป็นครูแล้ว เธอเก่งค่ะครู (เพื่อนๆ ปรบมือดังๆ หน่อยจ๊า) เคารพครูและรักเพื่อนทุกคน àเ»ป‡‡ [10] ¾พÃรÐะäไµตÃร»ป®ฎ¡ก áแ¡ก‹‹¹น¸ธÃรÃรÁม ©ฉºบÑัºบÁมËหÒาÇวÔิ·ท∙ÂยÒาÅลÑัÂยÁมËหÒา¨จØุÌฬÒาÅล§ง¡กÃร³ณÃรÒาªชÇวÔิ·ท∙ÂยÒาÅลÑัÂย พระไตรปิฎก มัชฌิมนิกาย อุปริปัณณาสก์ ฉวิโสธนสูตร ËหÅลÑั¡ก¡กÒาÃรµตÃรÇว¨จÊสÍอºบ¡กÒาÃร¶ถÍอ¹นÍอ¹นØุÊสÑัÂย ทรงแนะนำ ให้ตรวจสอบภิกษุผู้พยากรณ์อรหัตตผลด้วย การตรวจสอบที่ 6 เรื่องการถอนอนุสัย มีสาระสำคัญดังนี้ ภิกษุผู้ตรวจสอบพึงถามว่า “ท่านผู้มีอายุ เห็นอยู่อย่างไร จึงถอนอหังการ มมังการ และมานานุสัยในกายอันมีวิญญาณนี้ และ ในสรรพนิมิตภายนอกได้ด้วยดี” ถ้าภิกษุผู้พยากรณ์อรหัตตผล เป็นพระขีณาสพ อยู่จบ พรหมจรรย์ ... จะตอบว่า “ท่านผู้มีอายุ เมื่อก่อนที่ข้าพเจ้ายังครอง เรือนอยู่ ยังเป็นผู้ไม่รู้ พระตถาคตหรือสาวกของพระตถาคต ได้แสดง ธรรมแก่ข้าพเจ้านั้น ข้าพเจ้าได้สดับธรรมนั้นแล้ว จึงเกิดศรัทธาใน พระตถาคต เมื่อมีศรัทธาจึงตระหนักว่า “การอยู่ครองเรือนเป็นเรื่อง อึดอัด เป็นทางแห่งธุลี การบวชเป็นทางปลอดโปร่ง ...ออกจากเรือน บวชเป็นบรรพชิตเถิด” ต่อมา ... ข้าพเจ้าบวชแล้วอย่างนี้ เป็นผู้มีสิกขาและสาชีพ ของภิกษุทั้งหลาย คือข้าพเจ้าเป็นผู้สันโดษในจีวรพอคุ้มร่างกายอละ บิณฑบาตพออิ่มท้อง จะไป ณ ที่ใดๆ ก็จะไปได้ทันที เหมือนนกบิน ไป ณ ที่ใดๆ ก็มีแต่ปีกเป็นภาระ ข้าพเจ้าประกอบด้วยอริยสีลขันธ์ เช่นนี้แล้ว ก็เสวยสุขอันเกษมจากโทษในภายใน “ข้าพเจ้าเห็นรูปทางตาแล้ว ... ฟังเสียงทางหูแล้ว ... ดม กลิ่นทางจมูกแล้ว ... ถุกต้องโผฏฐัพพะทางกายแล้ว ... รู้แจ้ง ธรรมารมณ์ทางใจแล้ว ไม่รวบถือ ไม่แยกถือ ปฏิบัติเพื่อสำรวมมนิ นทรีย์ ซึ่งเมื่อไม่สำรวมแล้วก็จะเป็นเหตุให้ถูกบาปอกุศลธรรมคืออภิ ชฌาและโทมนัสครอบงำได้ จึงรักษามนินทรีย์ ถึงความสำรวมในมนิ นทรีย์ ข้าพเจ้านั้นประกอบด้วยอริยอินทรียสังวรเช่นนี้แล้ว ก็เสวยสุข อันไม่ระคนด้วยกิเลสในภายใน ข้าพเจ้านั้นทำความรู้สึกตัวในการก้าวไป ในการถอยกลับ การแลดู การเหลียวดู การคู้เข้า การเหยียดออก การครองสังฆาฏิ บาตรและจีวร การฉัน การดื่ม การเคี้ยว การลิ้ม การถ่สยอุจจาระ ปัสสาวะ การเดิน การยืน การนั้ง การนอน การตื่น การพูด การนิ่ง “ข้าพเจ้านั้นประกอบด้วยอริยสีลขันธ์ อริยอินทรียสังวร และอริยสติสัมปชัญญะ แล้วพักอยู่ ณ เสนาสนะอันสงัด ข้าพเจ้ากลับ จากบิณฑบาต ภายหลังฉันภัตตาหารเสร็จแล้ว นั่งขัดสมาธิ ตั้งกาย ตรง ดำรงสติไว้เฉพาะหน้า “ข้าพเจ้านั้นละอภิชฌาในโลก มีใจปราศจากอภิชฌา ชำระ จิตให้บริสุทธิ์จากอภิชา ละความมุ่งร้ายคือพยาบาท มุ่งประโยชน์ เกื้อกูลต่อสรรพสัตว์อยู่ ชำระจิตให้บริสุทธิ์ ละความมุ่งร้ายคือ พยาบาท ละถีนะมิทธะ ... ละอุทธัจจกุกกุจจะ ... ละวิจิกิจฉา ข้าม พ้นวิจิกิจฉาได้แล้ว ไม่มีความสงสัยในกุศลธรรรมทั้งหลายอยู่ ชำระ จิตให้บริสุทธิ์จากวิจิกิจฉา ข้าพเจ้านั้นละนิวรณ์ 5 ประการนี้ ที่ทำให้ จิตเศร้าหมอง บั่นทอนกำลังปัญญา “สงัดจากกามและอกุศลธรรมทั้งหลาย บรรลุปฐม ฌาน... บรรลุทุติยฌาน... บรรลุตติยฌาน... บรรลุจตุตถฌาน เมื่อจิตเป็นสมาธิ บริสุทธิ์ผุดผ่อง ไม่มีกิเลสเพียงดังเนิน ปราศจากความเศร้าหมอง เหมาะแก่การใช้งาน ตั้งมั่น ไม่หวั่นไหว อย่างนี้ ข้าพเจ้านั้นน้อมจิตไปเพื่ออาสวักขยญาณ รู้ชัดตมความจริง ว่า นี้ทุกข์ นี้ทุกขสมุทัย นี้ทุกขนิโรธ นี้ทุกขนิโรธคามินีปฏิปทา นี้อา สวะ นี้อาสวสมุทัย นี้อาสวนิโรธ นี้อาสวนิโรธคามินีปฏิปทา เมื่อรู้เห็นอย่างนี้ จิตย่อมหลุดพ้นจากกามาสวะ ภวาสวะ และอวิชชาสวะ เมื่อจิตหลุดพ้นแล้วก็รู้ว่า หลุดพ้นแล้ว รู้ชัดว่าชาติ สิ้นแล้ว อยู่จบพรหมจรรย์แล้ว ทำกิจที่ควรทำเสร็จแล้ว ไม่มีกิจอื่น เพื่อความเป็นอย่างนี้อีกต่อไป “ท่านผู้มีอายุ ข้าพเจ้ารู้เห็นอยู่อย่างนี้แล จึงถอนอหังการ มมังการ และมานานุสัยในกายที่มีวิญญาณนี้และสรรพนิมิตภายนอก ได้ ทรงสรุปว่า “คำที่ภิกษุนั้นกล่าว เธอทั้งหลายควรชื่นชม ยินดีว่า “สาธุ” แล้วพึงกล่าวอย่างนี้ว่า ท่านผู้มีอายุ เป็นลาภของเรา ทั้งหลาย เราท้งหลายได้ดีแล้วที่พิจารณาเห็นท่านผู้มีอายุเช่นท่าน เป็นเพื่อนพรหมจารี” เมื่อพระผู้มีพระภาคตรัสจบ ภิกษุเหล่านั้นมีใจยินดีต่าง ชื่นชมพระพุทธภาษิตนี้ [11] หนังสือแนะนํา ¤คÇวÒาÁมËหÁมÒาÂย¢ขÍอ§งÊสµตÔิ»ป˜˜¯ฏ°ฐÒา¹น ¾พÃรÐะ¡กÑัÁมÁมÑั¯ฏ°ฐÒา¹นÒา¨จÃรÔิÂยÐะ ÍอÙู ºบÑั³ณ±ฑÔิµตÒา ÀภÔิÇวÑั§งÊสÐะ ตรวจ ปรับปรุงแปล โดย พระประจาก สิริวณฺโณ วัดปรินายก พระสว่าง ติกฺขวีโร วัดมหาธาตุ พิมพ์ที่ สหธรรมิก เพื่อดับทุกข์ทางกาย ทางใจลงอย่าง หนังสืออธิบายลักษณะสำคัญของ สิ้นเชิง เพื่อเข้าสู่อริยมรรค และรู้แจ้ง สติปัฏฐาน ทีละประเด็นๆ โดยอธิบายกระชับ นิพพาน สั้นประเด็นละย่อหน้าเดียว และสรุปเป็น โดยศัพท์ สติแปลว่า การจำ โดย บรรทัดๆ ให้เราจดจำง่าย ดังนี้ ความหมาย คือ การระลึกได้ในอารมณ์ • ดำรงสติอย่างแนบแน่นมั่นคง การจดจ่ออยู่กับปัจจุบันขณะ ความตื่น • ไม่ผิวเผินฉาบฉวย กรู้อารมณ์ • ไม่พลาดจากการระลึ โ´ดÂย ¡กÍอ§งºบÃรÃร³ณÒา¸ธÔิ¡กÒาÃร ตัว และความใส่ใจไม่ประมาท • จดจ่อต่ออารมณ์ Aหนังสือแนะนำคราวนี้ เป็นหนังสือเล่ม ส ่ ว นปฏ ฺ ฐ านค ื อ การสร ้ า งข ึ ้ น • ปกป้องจิตจากการจู่โจมของกิเลส หมายรู ัด การนำมาใช้ การทำให้ปรากฏ และตั้งอยู่ • การจำได้วนำให้ส้ที่ชจริเจนมีพลัง เล็กๆ ประมาณเท่าสมุดเงินฝากธนาคาร ติเ ญขึ้น • สติเหนี่ย อย่างมั่นคง • เร่งรีบและดิ่งลึกลงไป หนาเพียง 20 หน้า เท่านั้น เหมาะสำหรับผู้ ฐานสำหรับวางสติมีอยู่ 4 1) ที่ • จับอารมณ์ให้มั่น ม สนใจในการปฏิบัติ สติปัฏฐาน ร่างกาย 2) ที่ความรู้สึก 3) ที่สภาวะการ • ครอบคลุใดอารมณ์โดยถ้วนทั่ว • ทันทีทัน เริ่มด้วยการบอกถึงประโยชน์ของ ระลึกรู้ของจิต และ 4) ที่อารมณ์ที่สติเข้าไป • ต่อเนื่องไม่ขาดสาย • เท่าทันปัจจุบัน สติปัฏฐาน เพื่อความบริสุทธิ์หมดจดของจิต ระลึกรู้ • ไม่บังคับกะเกณฑ์ ลองหาอ่ า นดู ค รั บ อ่ า นแล้ ว ก็ ·ท∙Õี่ÁมÒา¢ขÍอ§งºบÑั¹น·ท∙Öึ¡ก·ท∙‹‹ÒาÈศ¾พ (¤คÓำ¹นÓำ) âโ´ดÂย ³ณÑั°ฐËห·ท∙ÑัÂย ตั้งแต่เริ่มย่างก้าวเข้ามาเรียน ในสถาบันโยคะวิชาการ ก็เริ่มมีสิ่งดีๆ เข้ามาในชีวิต ตั้งแต่ความมีเมตตาของครูทุกท่านที่ นักเรียนทุกคนสามารถสัมผัสได้ด้วยใจ ความน่ารักของเพื่อนๆ ร่วมชั้นเรียนทุกคน และความเข้มข้นของหลักสูตรทั้งภาคทฤษฏีและ ปฏิบัติ ที่หล่อหลอมให้เราเข้าใจในวิถีชีวิตโยคะมากขึ้นและที่สำคัญ รู้จักตัวตนที่แท้จริงซึ่งซ่อนอยู่ในกายเราที่เรายังไม่เคยสัมผัสถึง ( คิดว่าคือจิตวิญญาณ) ได้มากขึ้น ที่กล่าวมาทั้งหมดนี้เพื่อเป็นเหตุผลในการขออนุญาติที่จะเขียนถึงที่มาของบันทึกท่าศพเป็น 2 แบบ คือ ทางโลก และ ทางธรรม ในวิถีทางโลก "ท่าศพหรือท่านอนกันแน่ ?" เป็นคำถามที่ติดค้างคาใจมานานกว่า 5 ปีในขณะฝึกโยคะในฟิทเนส ซึ่งท่า สุดท้ายครูทุกท่านก็จะให้นอนพักในท่าศพ ครูก็บอกเหมือนกันหมดว่า ท่าศพ เป็นท่าที่สำคัญที่สุดและก็ยากที่สุด ตอนนั้นก็รู้สึกงงๆ เข้าใจบ้าง ไม่เข้าใจบ้าง พยายามจะเข้าใจบ้างแต่ก็รู้สึกว่าตัวเองจะยังไม่ค่อยเข้าใจ (เอ๊ะ ยังไงกันนี่) แต่ก็ไม่เคยเลิกล้มที่จะค้นหาคำ ตอบด้วยตัวเอง พยายามทำอย่างที่ครูแต่ละท่านสอนแต่ก็แอบสงสัยว่า ทำไมไม่เคยเห็นครูคนไหนทำท่าศพหลังจบคลาสสักคนเลยอะ สงสัยแกคงกลัวว่าสอนเสร็จเหนื่อยแล้วจะเผลองีบหลีบมั้ง ซึ่งตัวเองก็เชื่อว่า หลายคนก็คงจะทำท่านอนมากกว่าท่าศพ หนึ่งในนั้นก็ คือฉันด้วยคนละ เพราะบ่อยครั้งที่ลุกขึ้นมาแล้วถามตัวเองว่า เมื่อกี้ฉันนอนหลับไปหรือเปล่าเหนี่ยและในหลายครั้ง ฉันก็ได้ยินเสียง กรนจากเพื่อนร่วมคลาสด้วย นี่จึงเป็นแรงบันดาลใจที่ทำให้ฉันอยากค้นหาคำตอบจากการเรียนในครั้งนี้ โดยส่วนตัวคิดว่าท่าศพ มัน น่าจะมีอะไรที่น่าเรียนรู้มากกว่าการนอนเพื่อการผ่อนคลาย (เชิญอ่านต่อฉบับหน้า) [12] นอกจากนี้ ยังมีพลังงานที่สูญเสียไปของพนักงานขายและ ดูแลห้าง การจัดการสถานที่ เช่นจัดหาระบบ คอมพิวเตอร์เพื่อคิดเงิน และนับสต๊อคสินค้า ระบบไฟฟ้า ประปา ฯลฯ อีกมากมาย แค่คิดยัง ไม่ได้ทำยังเหนื่อยเลยนะ ตลาดสมัยใหม่ในห้างติดแอร์เนี่ย ! âโ´ดÂย Åล.àเÅลŒŒ§ง àเÊสÕีÂย§ง¡กÃรÐะ´ดÔิ่§งËหÂย¡ก (äไÁม‹‹ãใªช‹‹ÁมÑั§ง¡กÃรºบÔิ¹น) ฟังดูแล้วปลูกผักกินเอง มันลดการใช้พลังงานได้... ลดโลก ร้อนได้ แต่เอ๊ะ! แล้วมันจะเกี่ยวกับน้ำท่วมและภัยพิบัติยังไง อ๋อ! ก็พอ รอ....เล้งเล่าเรื่อง ถ้าเพื่อนๆ ยังอ่านบทความนี้กันอยู่ ก็แปลว่า ความสัมพันธ์ โลกร้อน น้ำแข็งขั้วโลกก็จะละลาย หมีขาวขั้วโลกเหนือไม่มีน้ำแข็งให้ ระหว่างเรากับโยคะน่าจะยังดีกันอยู่นะ แล้วถ้ายังดีกัน เราจะมีวิธี วิ่งเล่น ต้องลองคอตุ๊บป่องๆ อยู่ในทะเล นกเพนกวินขั้วโลกใต้ยังดีที่ อะไรที่ทำให้ความสัมพันธ์นี้ ...รักกันหวานชื่น ยั่งยืนหมื่นปี... ถ้าเรา ว่ายน้ำได้ แต่มันก็ต้องพักเหนื่อยบนน้ำแข็งเหมือนกัน ถ้ามันไม่มี ก้อนน้ำแข็งให้พัก มันก็ต้องว่ายน้ำมาขึ้นฝั่งนิวซีแลนด์ แล้วไม่รู้ บอกว่ารักใครสักคนแต่ไม่มี action อะไรแถมไปอีกเลย ความ มันจะอยู่ใต้ไหม จะยังไงกันต่อ รักของเราอาจจะแป๊ก... กลายเป็น noun นิ่งๆ ไม่ใช่ verb หมีขาวกับนกเพนกวินไม่มีบ้านอยู่ มันอาจไกลตัว (noun = คำนาม, verb=กริยา) เนอะ แต่ถ้าบอกว่าน้ำแข็งที่ละลายคือระดับน้ำทะเลที่สูง เมื่อความรักเริ่ม นิ่ง มันก็อาจจะเริ่ม เน่า àเÅลŒŒ§ง àเÅล‹‹ÒาàเÃร×ื่Íอ§ง ขึ้น อีก 7 เมตรล่ะ แปลว่ากทม. จะจมน้ำเลยนะ อยุธยา เหมือนน้ำที่ท่วมขังอยู่ในหมู่บ้านจัดสรรในเขตแก้มลิงรับ ปทุมธานี ก็ไม่มีเหลือ สงสัยว่าจะต้องปีนไปอยู่แถววังน้ำ น้ำของ กทม. ถ้าน้ำนิ่ง...น้ำเน่า โยคะนิ่ง...โยคะเน่า (รึ เขียว โคราช หรือไม่ก็ ไปไกลถึงเพชรบูรณ์ เมืองมะขาม เปล่านะ ?) หวานกันเลยมั้ง สำหรับเล้งแล้ว นิ่ง ก็สงบดีนะ แต่ถ้านิ่งอยู่นานๆ ถ้าเขียนเรื่องแบบนี้เมื่อปีก่อนผู้คนคงว่าเพ้อเจ้อ แต่ถ้าใคร แปลว่า หลับ (ไปแล้ว) ปกติจะชอบเดินไปเดินมา หรือกินโน่น กินนี่ แม้แต่ตอนฝึกอาสนะก็ไม่ชอบค้างท่านานๆ ถ้าจะค้างนานต้องขอ เคยเจอบ้านโดนน้ำท่วมมากกว่า 2 เมตร นานกว่า 2 สัปดาห์ คง ทำท่าเคลื่อนไหวไปหลายๆ รอบ เพื่ออุ่นเครื่องก่อน ใจมันถึงจะยอม เข้าใจดีว่าเล้งพยายามชวนให้ทำเรื่องที่ไม่ได้ไกลตัวเลย กิน-ปลูกผัก ให้ร่างกายอยู่นิ่งได้ แล้วขอไปนิ่งเอาตอนฝึกปราณยามะหรือสมาธิ สวนครัวลดโลกร้อน ไม่ใช้ถุงพลาสติก (โดยไม่จำเป็น) ไปไหนชวน โน่นเลย คล้ายๆ กับรถไฟถ้าไม่หยุดที่สามเสน ก็ต้องไปหลักสี่ กันไปหลายๆ คน อย่าขับรถเก๋งไปคนเดียว (โดยไม่จำเป็น) ตอนช่วง น้ำท่วมก็ทำกันเยอะนะ ไม่เห็นอายกัน แต่พอน้ำลดแล้วไม่รู้ว่าจะยัง ดอนเมืองโน่นเลย และสำหรับคนที่นิ่งๆ กับโยคะบนเสื่อแล้ว (อาสนะ-ปราณยา ไง? แล้วลดโลกร้อนมันเกี่ยวอะไรกับโยคะหล่ะ อ๋อ! โลกไม่ร้อน มะ-สมาธิ) น่าจะลองไปโยคะนอกเสื่อกันบ้างนะ มีอะไรให้ทำเยอะเลย โดยเฉพาะช่วงหลังๆ ที่โลกร้อนขึ้น ภัยพิบัติเกิดถี่ขึ้น ทั้งพายุ น้ำท่วม เราก็ไม่เบียดเบียนสิ่งแวดล้อมอย่างไรเล่า (อหิงสา) แล้วพอสิ่ง แผ่นดินไหว สึนามิ ภัยพิบัติใกล้ตัวเข้ามาทุกที อยู่ทะเลเจอสึนามิ อยู่ แวดล้อมดี เย็น ตัวเราก็เย็น ใจเราก็เย็น ในที่สุดแล้ว เราทำอะไรก็ได้ ภูเขาก็เจอภูเขาหัวโล้น ขาดแคลนน้ำบ้าง, พอน้ำมาก็เกิดน้ำป่าไหล รับผลอย่างนั้นแหละ บางทีอาจคิดได้ว่าน้ำท่วมบ้านเรานี่ไม่ใช่ฝีมือ หลาก แผ่นดินถูกกัดเซาะจนถล่มลงมาบ้าง สรุปแล้ว อยู่ตรงไหนก็ไม่ รัฐบาล และกรมชลประทานอย่างเดียว น้ำท่วมก็เพราะมือเรา... เที่ยว ใช้-หิ้วถุงพลาสติก.. ไม่ยอมปลูกผักกินเอง..นั่นเอง โยคะน่าจะดีกับ รอด เฮ้อ! แล้วเราจะหนีน้ำท่วม กทม.ไปไหนกันดีละเนี่ย เมื่อตอนเช้า ตอนที่กำลังเด็ดดอกอัญชันกินกับใบมะขามรส โลกนี้... ถ้าเราทำโยคะรักษ์โลก...ด้วย มศว. (วิชาโทโยคะ) ตั้งชื่อค่าย One Day Camp ที่จัดขึ้น เปรี้ยวปะแล่มๆ กินล้างปากหลังจากกินปลาทู (แม่กลอง) ทอด ก็นึก *ชื่อนี้ ได้มาจากนิสิต าโยคะประยุกต์ เพื่อการเรียนรู้ของวิช ขึ้นมาได้ว่า การปลูกผักสวนครัวไว้กินเอง ในบ้านมันช่วยลดโลกร้อน ได้ด้วยนะ ลองมาดูรายละเอียดกันดีกว่า 1. ลดพลังงาน/เชื้อเพลิง ในการเอาผักมาตลาด หรือ เดือน ธันวาคม 2554 supermarket และในการเอาตัวเราจากบ้านไปตลาด ได้2 เด้ง มีผู้บริจาคสนับสนุนการทำงานของสถาบันฯ ดังนี้ 2. ลดพลังงานในการจัดการให้มีตลาด เช่นที่ supermarket คุณพนิดา เทสมุทร (ครูพลอย) 625 ขายผักในฝรั่งเศส สมมุติว่าขาย 20 ถุง เหลือ 5 ถุง ขายไม่หมด จากกล่องบริจาค ที่ สำนักงานรามคำแหง 555 ภายในวันนั้น เค้าจะเอาของพวกนี้ทิ้งขยะหมดเลยนะ เพื่อรับประกัน ความสดของสินค้า จะไม่ทำก็ไม่ได้ เพราะการแข่งขันในตลาดสูงมาก สรุปยอดบริจาคประจำเดือนธันวาคม 2554 1,180.- บาท ถ้าคู่แข่งทำ เราก็ต้องทำแบบนี้เพื่อรักษาลูกค้าไว้ แล้วของที่ทิ้งไป ต้องสูญเสียพลังงาน ในการปลูก – บรรจุถุงพลาสติก –ติด Bar code เอาขึ้นชั้นวางสินค้า –เอาออกจากชั้นวางสินค้า -เอาไปกำจัดเป็นขยะ (คิดได้คร่าวๆ ตั้ง 6 ขั้นตอนแล้วนะ ถ้าคิดละเอียดไม่รู้ได้กี่ร้อยกี่พัน ขั้นตอน) 2012 : âโÂย¤คÐะ¨จÐะ´ดÕีàเËหÃรÍอ [13] µตÓำÃรÒาâโÂย¤คÐะ´ดÑั้§งàเ´ดÔิÁม âโ´ดÂย ÇวÕีÃรÐะ¾พ§งÉษ äไ¡กÃรÇวÔิ·ท∙Âย áแÅลÐะ¨จÔิÃรÇวÃรÃร³ณ µตÑั้§ง¨จÔิµตàเÁม¸ธÕี áแ»ปÅลáแÅลÐะàเÃรÕีÂยºบàเÃรÕีÂย§ง การเกิด ช่วงชีวิต และประสบการณ์ชีวิต ใจความสำคัญตอนที่แล้วสรุปได้ว่า กิเลสทำให้เกิดกรรมาศยะ กรรมาศยะเป็นที่ เก็บสะสมกรรมที่กระทำมาในอดีตซึ่งเก็บอยู่ ในรูปของสัมสการะ สัมสการะเป็นผลของ กรรมทั้งอดีตและปัจจุบันที่หลงเหลืออยู่ ผล ของกรรมทั้งในอดีตและปัจจุบันย่อมได้รับ หรือให้ผลทั้งในปัจจุบันและในอนาคต นี้คือ สัจธรรมหรือความจริงอันสำคัญของทฤษฎี กฎแห่งกรรม (กรรมะ-สิทธานตะ) ซึ่งไม่ได้มี เฉพาะในปรัชญาสางขยะเท่านั้น แต่ปรัชญา อินเดียทั้งหลายต่างก็ยอมรับความจริงอันนี้ ถัดมาประโยคที่ ๒:๑๓ “สเต มูเล ตัทวิปาโก ชาตยายุรโภคะห์” มีความ หมายว่า กรรมาศยะเป็นมูลเหตุ ผลของมัน คือ การเกิด (ในเผ่าพันธุ์ที่เฉพาะเจาะจง) ช่วงชีวิต และประสบการณ์ (ทั้งสุขและทุกข์) ที่เกิดขึ้นในชีวิต ใจความสำคัญของประโยคนี้กล่าว ว่า กิเลส หรือ กรรม หรือกลิษฏกรรม2เป็น มูลเหตุ ซึ่งผลของมันก็คือ การเวียนว่ายตาย เกิด การเกิด (ชาติ) จะ มีความหมายต่อ เมื่อสิ่งมี ชีวิต (หรือ “หว่านพืชเช่นใด มนุ ษ ย์ ) ย่อมได้ผลเช่นนั้น” นั้นได้ ดำเนิน ชีวิตไป อย่ า ง น ้ อ ยท ี ่ ส ุ ด ส ั ก ระยะเวลาหนึ่ง (อายุ) และถึงแม้ว่าสิ่งมีชีวิต (หรือมนุษย์) นั้นจะมีช่วงชีวิตที่สั้นมาก แต่ก็ ต้องได้รับประสบการณ์บางอย่างทั้งที่ดีหรือ ที่ไม่ดี (โภคะ) ดังนั้นชาติ อายุ และโภคะคือ สามแง่มุมของชีวิตและก็คือสิ่งเดียวกัน (มี มูลเหตุมาจากกรรมเช่นเดียวกัน – ผู้แปล) คำว่า “ชาติ” ได้รับการแปลความ หมายโดยอรรถกถาจารย์ บ างท่ า นว่ า เป็นการเกิดในเผ่าพันธุ์ที่เฉพาะเจาะจงหรือ ในวรรณะที่เฉพาะเจาะจง (การแบ่งชั้นทาง สังคม) ถึงแม้ ว่าจะใช้ความหมายของ “ชาติ” จากอรรถกถาจารย์นี้ก็ไม่ได้ทำให้ประโยคนี้ มีใจความที่แตกต่างกันมากนัก ตามหลักกฎ แห่งกรรม (กรรมะ-สิทธานตะ) กล่าวไว้ว่า การเกิดใหม่ในเผ่าพันธุ์หรือวรรณะใด ย่อม เป็นผลมาจากกรรมในอดีตของบุคคลนั้น “เต หลาทปริตาปผลาห์ ปุณยา ปุณยเหตุตวาต” ๒:๑๔ ประโยคนี้มีความ หมายว่า การเกิด (ชาติ) ช่วงชีวิต(อายุ) และ ประสบการณ์ชีวิต(โภคะ) นำไปสู่ผลที่เป็น ความสุขหรือความทุกข์ก็ได้ ขึ้นอยู่กับมูล เหตุของมันกล่าวคือ ขึ้นกับกรรมนั้นว่าเต็ม ไปด้วยความดีหรือความชั่ว ประโยคนี ้ ถ ่ า ยทอดความจริ ง ซึ ่ ง รู้จักกันดี และเป็นที่ยอมรับโดยผู้มีความเชื่อ ความศรัทธาทั้งหลายในเรื่องการเกิดใหม่ และถ ู ก กล ่ า วไว ้ เ ป ็ น การเฉพาะในกรรมะสิทธานตะ ว่า ความสุขและความทุกข์ที่เกิด ขึ ้ น ในชี ว ิ ต ของคนเรานั ้ น เป็ น ผลมาจาก กรรมของเราเอง ซึ่งขึ้นอยู่กับว่ากรรมที่ทำ ไปนั้นเป็นบุญหรือเป็นบาป (หากทำกรรมที่ เป ็ น บ ุ ญ เป ็ น ก ุ ศ ลก ็ ไ ด ้ ร ั บ ความส ุ ข หาก ทำกรรมที่เป็นบาปเป็นอกุศลก็ได้รับความ ทุกข์) อันความจริงข้อนี้ได้มีการกล่าวเป็น ภาษาทั่วๆ ไปซึ่งได้ยินกันอยู่บ่อยๆ ว่า “หว่านพืชเช่นใด ย่อมได้ผลเช่นนั้น” เอกสารอ้างอิง : Karambelkar, P. V. (1986). PATANJALA YOGA SUTRAS Sanskrta Sutras with Transliteration, Translation & Commentary. Lonavla : Kaivalyadhama, p.197 -199. 2 กลิษฏกรรม คือ กิเลสหรือกรรมจะเป็นปัญหารบกวน การดำเนินชีวิตของเราต่อเมื่อมันปรากฏตัวในรูปของ การปรุงแต่งของจิตจนทำให้เกิดความทุกข์ (ดูโยคสูตร ๒:๑๑ ฉบับที่ผ่านมา ธ.ค. ๕๔) [14] www.thaiyogainstitute.com ¨จ´ดËหÁมÒาÂย¢ข‹‹ÒาÇว âโÂย¤คÐะÊสÒาÃรÑัµต¶ถÐะ ที่ปรึกษา กองบรรณาธิการ ÇวÔิ¶ถÕีªชÕีÇวÔิµตàเ¾พ×ื่ÍอÊสØุ¢ขÀภÒาÇวÐะ แก้ว วิฑูรย์เธียร ธีรเดช อุทัยวิทยารัตน์ นพ.ยงยุทธ วงศ์ภิรมย์ศานติ์ นพ.สมศักดิ์ ชุณหรัศมิ์ กวี คงภักดีพงษ์, จิรวรรณ ตั้งจิตเมธี, จีระพร ประโยชน์วิบูลย์, ชนาพร เหลืองระฆัง, ณัตฐิยา ปิยมหันต์, ณัฏฐ์วรดี ศิริกุลภัทรศรี, ธนวัชร์ เกตน์วิมุต, ธีรินทร์ อุชชิน, พรจันทร์ จันทนไพรวัน, รัฐธนันท์ พิริยะกุลชัย, วรรณวิภา มาลัยนวล, วัลลภา ณะนวล, วิสาขา ไผ่งาม, วีระพงษ์ ไกรวิทย์, ศันสนีย์ นิรามิษ, สมดุลย์ หมั่นเพียรการ, สุจิตฏา วิเชียร สถาบันโยคะวิชาการ มูลนิธิหมอชาวบ้าน 201 ซอยรามคำแหง 36/1 บางกะปิ กทม.10240 โทรศัพท์ 02 732 2016-7, 081 401 7744 โทรสาร 02 732 2811 อีเมล์ yogasaratta@yahoo.co.th เว็บไซท์ www.thaiyogainstitute.com