หน้าแรก
หน้าแรก
เกี่ยวกับเรา
คอร์สโยคะ
บทความ
กระดานสนทนา
เพื่อนบ้านโยคะ
ผลิตภัณฑ์ของสถาบัน
ติดต่อเรา
จุลสารโยคะสารัตถะ
ข่าวสาร & กิจกรรม
สถิติเว็บไซต์
จำนวนหน้าที่ถูกเรียกชม: 840,885
จำนวนผู้เข้าชม: 117,131
ผู้เข้าชมที่ลงทะเบียนแล้ว: 476
จำนวนเนื้อหาภายในเว็บ: 165
เริ่มนับตั้งแต่: 2009-03-05 17:55
ปฎิทินกิจกรรม
«
February
»
SU
MO
TU
WE
TH
FR
SA
1
2
3
4
5
6
7
8
9
10
11
12
13
14
15
16
17
18
19
20
21
22
23
24
25
26
27
28
29
รับจุลสารโยคะสารัตถะ
กรอกอีเมล์เพื่อขอรับจุลสาร
Delivered by
FeedBurner
ล็อกอิน
ชื่อผู้ใช้:
*
รหัสผ่าน:
*
สร้างบัญชีผู้ใช้ใหม่
ลืมรหัสผ่าน
thaiyogainstitute
on Facebook
จุลสาร ธันวาคม 2552
อ่านเอกสารออนไลน์บนเว็บ
ดาวน์โหลดเอกสารเป็นไฟล์ .PDF
Enable JavaScript in your browser to view this document as it was initially formatted.
จดหมาย
วิถีชีวิต เพื่อสุข
www.thaiyogainstitute.com เดือน ธันวาคม 2552
ฉบับ
คุยกันก่อน
ปฏิทนกิจกรรม ิ โยคะจากอินเดีย แนะนำ าหนังสือ สะกิด สะเกา เทคนิคการสอน ปกิณกะ สุขภาพ
2 2 4 5 6 6 7
จดหมายจากเพื่อนครู 8 จดหมายข่าว โยคะสารัตถะ วิถีชีวิตเพื่อสุขภาวะ ที่ปรึกษา ศานติ ์ นพ.สมศักดิ ์ ชุณหรัศมิ ์ กองบรรณาธิการ
สุขสันต์ป ี ใหม่
แก้ว วิฑูรย์เธียร ธีรเดช อุทัยวิทยรัตน์ นพ.ยงยุทธ วงศ์ภิรมย์ กวี คงภักดีพงษ์ กุลธิดา แซ่ตัง จิรวรรณ ตังจิตเมธี ณ ้ ้ ณัฏฐ์วรดี ศิริกุลภัทรศรี ธัญยธรณ์ อรัณย์ชลาลัย พร วัลลภา ณะนวล วีระพงษ์ ไกรวิทย์ ศันสนีย์ นิรามิษ
255
ภัทร วัฒนะวงศี ณัตฐิยา ปิ ยมหันต์
จันทร์ จันทนไพรวัน วรรณวิภา มาลัยนวล
25927001.doc 1
สถาบันโยคะวิชาการ มูลนิธหมอ ิ ชาวบ้าน
201 ซอยรามคำาแหง 36/1 บางกะปิ กทม.10240 โทรศัพท์ 02 732 2016-7, 081 401 7744 โทรสาร 02 732 2811 อีเมล์ yogasaratta@yahoo.co.th เว็บไซท์ www.thaiyogainstitute.com
พิมพ์
สิ่งตี
25927001.doc 2
ก้าวต่อไปในปี หน้ า ให้เป็ นย่างก้าวที่นำาเราเคลื่อนเข้าใกล้เปาหมายยิ่งๆ ขึ้นไป ้ ประกอบการพิจารณาปรับปรุงจดหมายข่าวในปี 2553 ต่อไป ขอให้สุขสันต์กับช่วงเทศกาลสิ้นปี 2552 ครับ
แล้วเดือนสุดท้ายของปี นี้ก็มาถึง เราเรียนรู้เก็บรับประสบการณ์สรุปบทเรียนเพื่อ ขอบคุณทุกท่านที่ตอบแบบสอบถามตอบกลับ ซึ่งมีทังหมด 23 ใบ เราจะนำ ามา ้
กอง บก.
วิชา จิตสิกขา ปี 2552 เดือนธันวาคม จัดวันเสาร์ที่ 19 เวลา 7.30 – 9.30 ฝึ กปราณา ยามะ ช่วง 10.30 - 12.30 เราจะคุยกันเรื่อง พระอภิธรรม (2) ณ ห้อง 262 คณะ มนุษยศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ค่าลงทะเบียน 150 บาท
วันเสาร์ที่ 19 ธันวาคม และ วันอาทิตย์ที่ 20 ธันวาคม 2552 ณ สวนแสนปาล์ม กำาแพงแสน จ. นครปฐม สถาบันโยคะวิชาการ ร่วมกับ กลุ่มศึก ษาและปฏิบัติธ รรม ขอเชิญผู้ที่สนใจใน
โยคะ และ/หรื อ ธรรมะ เข้ า ร่ ว มอบรมคอร์ ส “โยคะธรรมะหรรษา ฮา..ฮา..ฮา” ท่ามกลางบรรยากาศสบาย ๆ และสนุกสนานเป็ นกันเอง ในแบบวิถีธรรมชาติ มาร่วม
กันเก็บเกี่ยวความรู้ที่สามารถนำ า กลับไปฝึ กฝนที่บ้านด้วยตนเองแบบง่าย ๆ โดยทีม วิ ท ยากรโยคะจากสถาบั น โยคะวิ ช าการ นำ า ที ม โดย ครู กิ๊ม บรรยายและนำ า ปฎิ บั ติ ธรรมโดย พระอาจารย์ ค รรชิ ต อกิ ณ จโณ วั ด ป่ าสั น ติ ธ รรม พระอาจารย์ วิ ท ยากรใน แนวทางหลวงพ่อเทียน 06.30 น. วันเสาร์ที่ 19 ธ.ค. 2552 07.40 - 08.30 น. 25927001.doc 3 รถตู้ออกเดินทางจากวิทยาลัยพยาบาลบรมราชชนนี อนุสาวรีย์ชัยฯ รับประทานอาหารเช้า
08.30 - 09.00 น. 09.00 - 09.40 น เกมส์
ปฐมนิเทศน์ทห้องประชุม คิงส์ปาล์ม ี่
และทำาความรู้จักกัน
“วิถีแห่งโยคะ” เกมส์ กายใจรวมกัน และเกมส์มรรค 8 อาสนะ 11 ท่าที่ควรฝึ กเป็ นประจำาทุกวัน และ สรุปการฝึ ก รับประทานอาหารกลางวัน ฝึ กลมหายใจ และ เรียนรู้จัก “ปราณายามะ” เกมส์ระบบ ขยับกายสบายใจ
09.40 - 12.00 น. 12.00 - 13.30 น. 13.30 - 14.15 น. ประสาท
14.15 - 14.45 น 15.00 - 16.00 น. 16.00 - 17.30 น. 17.30 - 19.00 น. 19.00 - 19.20 น. 19.20 - 20.00 น. 20.00 - 21.00 น. 05.30 - 05.45 น.
แนะนำ าวิธีปฏิบัติธรรมแบบหลวงพ่อเทียน ฝึ กทบทวนอาสนะตังแต่ต้นจนจบ ้ รับประทานอาหารเย็น สวดมนต์ทำาวัตรเย็น (ฉบับแปลไทยของสวนโมกขพลาราม) “พุทธศาสนา คุณค่าต่อชีวิต” ปฏิบัติธรรมแบบหลวงพ่อเทียน (ต่อ) ทำาวัตรเช้า (ฉบับแปลไทยของสวนโมกขพลาราม) โยคะรับอรุณ เดินสัมผัสธรรมชาติยามเช้าอย่างมีสติ รับประทานอาหารเช้า สัมผัสประสบการณ์การปฏิบัติธรรมร่วมกัน
วันอาทิตย์ที่ 20 ธ.ค. 2552 05.45 – 07.30 น. 07.30 - 08.15 น. 08.15 - 09.45 น. 09.45 - 11.00 น. 11.00 - 12.00 น. 12.00 - 13.00 น. 13.00 - 13.30 น. 13.30 - 14.00 น. 14.00 - 15.00 น. วัน
“การนำ าโยคะมาใช้เป็ นแนวทางในการเกื้อกูลการเป็ น รับประทานอาหารกลางวัน เทคนิคการชำาระล้างโพรงจมูก ผ่อนคลายอย่างลึกๆ และ เกมส์เครื่องซักผ้า เกมส์เซเว่น ปฏิบัติธรรม (ต่อ) และแนะนำ าการปฏิบัติธรรมในชีวิตประจำา
พุทธศาสนิกชนที่ดีได้อย่างไร”
25927001.doc 4
15.00 - 15.15 น. 15.15 – 16.00 น. 16.00 น.
พักรับประทานอาหารว่าง พร้อมกับทำาแบบสอบถาม ประเมินผล ออกเดินทางกลับกรุงเทพฯ โดยสวัสดิภาพ จับรางวัลอาสนะ 2 รางวัล
ค่าใช้จ่าย พิเ ศษสุดๆๆ ปฏิบัติธ รรมส่งท้ายปี เก่าต้อนรับปี ใหม่ จากราคาปกติ 2500 บาทลดเหลือ 1900 บาทต่อท่าน ขับรถไปเอง 1800 บาทต่อท่าน http://yogadhammahunsa.multiply.com/ สอบถามรายละเอี ย ดเพิ่ ม เติ ม ได้ ที่ ครู โ จ๋ 081-420-4111 chacha_l@yahoo.com
โครงการอบรม ธรรมะและโยคะเพื่อผู้ป่วย ครังที่ ๑๐ โดย เครือข่ายชีวิตสิกขา ้ ณ วิทยาลัยปองกันราชอาณาจักร วันเสาร์ที่ ๒๓ มกราคม ๒๕๕๓ ้ ๑๗.๐๐ น. เวลา ๐๘.๓๐ –
กายภาพที่ดีและเหมาะสมกับโรคเท่านัน หากยังต้องการองค์ประกอบร่วมทังทางด้าน ้ ้ ์ จิตใจ สังคมและปั ญญา เพื่อช่วยให้ผู้ป่วยอยู่ได้อย่างมีสุขภาวะที่ดีและสมศักดิศรีของ ความเป็ นมนุษย์ เพราะถึงแม้ทางกายภาพอาจจะไม่สมบูรณ์ แต่ศักยภาพทางด้าน
ภาวะเจ็บป่ วยทางร่างกายที่เกิดขึ้นไม่เพียงต้องการ การดูแลเยียวยาทาง
จิตใจและปั ญญา ยังสามารถพัฒนาได้ไปจนถึงขันสูงสุด ดังนั นทังตัวผู้ป่วยและผู้ดูแลผู้ ้ ้ ้ ป่ วยเองต่างก็ต้องการความรู้ ความเข้าใจ และทัศนคติในการรับมือกับความเจ็บป่ วยที่ เกิดขึ้นเพื่อให้สามารถวางใจได้ว่าแม้กายจะป่ วยแต่ใจไม่ป่วยเลย ค่อย ๆ ถอดถอน ที่จะเผชิญกับช่วงเวลาเปลี่ยนผ่านสำาคัญที่สุดของชีวิตอย่างเกื้อกูล กระบวน การอบรม 1. ฝึ กเจริญสติภาวนารู้ตัวทัวพร้อม ตามแนวทางหลวงพ่อเทียน ่ 2. ธรรมะในการวางใจรับมือกับความเจ็บป่ วย 3. ฝึ กหายใจปราณายามะแบบโยคะเพื่อการรู้ ตื่น ปล่อยวาง
จากผู้เป็ นทุกข์ สู่ผู้เห็นทุกข์ จวบจนกระทังสามารถสร้างเหตุปัจจัยในการเตรียมพร้อม ่
4. กิจกรรมเรียนรู้ กับพลังกลุ่มเพื่อการเยียวยาความเจ็บป่ วย
25927001.doc 5
ไม่มีค่าใช้จ่ายในการเข้าร่วมอบรม จึงขอให้ท่านแน่ใจว่าท่านเป็ นผ้้สนใจและเห็น คุณค่าในการอบรมและสามารถเข้าร่วมได้ตลอดการอบรม โปรแกรมอบรม เบอร์ 084-643-9245, 084-388-0182, 087-678-1669, 089-899-0094 วันเสาร์ที่ 23 มกราคม 2553 08.00-08.30 08.30-09.30 ตัว 09.30-11.00 เวลา 08.30 – 17.00 น. สอบถามเพิ่มเติมได้ที่
ลงทะเบียนเปิ ดการอบรมและปฐมนิเทศ
ฝึ กการเจริญสติภาวนาตามแนวทางหลวงพ่อเทียน : แด่เธอผู้รู้สึก วิถีแห่งบัวบาน - วางใจรับมือกับมะเร็งระยะสุดท้ายสู่การเปลี่ยน
ผ่านที่สำาคัญที่สุดของคุณบัวพระวิทยากร:พระวิทยากร:พระอธิการครรชิต อกิณจโน วัดป่ าสันติธรรม จ.ชัยภูมิ 11.00-12.00 12.00-13.00 13.00-14.30 14.30-15.00 15.00-17.00 17.00 ไกวัลยธรรม ประเทศอินเดีย ฝึ กเทคนิคโยคะอาสนะเพื่อสมดุลแห่งชีวิต ตามแนวทางสถาบัน
อาหารกลางวัน
วิถีแห่งสติรับมือกับการเจ็บป่ วย โดย อาจารย์กำาพล ทองบุญนุ่ม ฝึ กเทคนิคการหายใจปราณายามะแบบโยคะเพื่อการรู้ต่ ืน และ กิจกรรม พลังกลุ่มเพื่อการเยียวยาความเจ็บป่ วย/วิทยากรเครือ
ชมรมเพื่อนคุณธรรม ปล่อยวาง
ข่ายชีวิตสิกขา
สรุปและปิ ดการฝึ กอบรม ร่วมทำาบุญถวายปั จจัยแด่พระอาจารย์ และรับ
พรก่อนกลับบ้าน
ข่าวกิจกรรม จากเครือข่าย กลับมาอีกครังสำาหรับ Anusara Workshop ดีๆส่งท้ายปี 2009 ้ YogaAum ร่วมกับ Dharma yoga จัดเวิร์คชอปดีๆ ขึ้นอีกครังสำาหรับคนที่พลาดเมื่อ ้ คราวที่แล้ว และสำาหรับใครที่ยังไม่มีแปลน หรือไม่ได้ไปเที่ยวไหนตอนช่วงสิ้นปี โดย
25927001.doc 6
ครูโบเรมี สเรย์ (Boremy Srey) ผู้เชี่ยวชาญด้าน อนุสราโยคะ ที่จะเดินทางมาอีกครัง ้ เพื่อมาจัดโยคะ Anusara Immersion 1, 2 และ เวิร์คชอปสุดสัปดาห์ Immersion 1: Getting Your Feet Wet (35 hours) Thursday to Monday 8.00 - 11.30 am, 13.00 – 16.00 pm to Monday 3 - 7 December,
Fees: Baht 19,800
Immersion 2: Swimming Lessons (35 hours) 10 - 14 December, Thursday 8.00 - 11.30 am, 13.00 – 16.00 pm Weekend Workshop Sunday 8.00 - 12.30 am, Fees: Baht 19,800
19 - 20 December, Saturday and Fees: Baht 4,800
รายชื่อผู้บริจาคเงินสมทบทุนการดำาเนินงานของสถาบันฯ ตุลาคม 2552 พฤศจิกายน 2552 จากกล่องรับบริจาค งานประชุมเครือข่ายครูฯ 31 ต.ค. – 1 พ.ย. 2,990 บาท ครูโยคะชาวญี่ปุ่น ที่มาอบรมกับครูฮิโรชิ ครูฮิเดโกะ คณะครูโยคะ หลักสูตรระยะสันรุ่น 13 (พ.ย. 2552) ้ ครูชุติมา อรุณมาศ (ครูกล้วย) คุณขนิษฐา ศิรพงษ์ไพโรจน์ 1,025 บาท
500 บาท 6,535 บาท 2,000 บาท
ธมโชติพงศ์ เพื่อนๆชาวโยคะสารัตถะที่รักทุกท่าน เล่าเรื่องเรียนจากอินเดีย
โสภา
อินเดีย ไปรู้จัก ไปเรียนรู้จาก กูรู โยคีตัวจริง และเราก็เป็ นคนหนึ่ งเพิ่งกลับมาจาก 25927001.doc 7
พวกเราที่มาเรียนรู้จักโยคะไประยะหนึ่ งก็ใฝ่ ฝันไปสัมผัสของจริงที่ประเทศ
อินเดียได้หนึ่งอาทิตย์ ไปเข้าเรียน โปรแกรมอบรมครูแบบธรรมเนียมดังเดิม ้ Tradition Teacher training Program (TTP) ระดับ 1 ของสถาบันหิมาลายัน Himalayan Institute ทีเมือง Rishikesh (คนไทยออกเสียง ฤษีเกศ) ก่อตังโดยท่าน ่ ้ สวามีรามา Swami Rama ซึ่งขณะนี้ท่านสวามีเวทะ พาราตี Swami Veda Bharati เป็ นผู้อำานวยการอยู่ สถานที่สวยงามเห็นเทือกเขาหิมาลัยมีนกธรรมชาติหลากชนิดฝูงนกแก้วส่ง
เสียงเจียวจ๊าวบินร่อนไปร่อนมาจากต้นไม้ต้นนั นไปต้นนี้อย่างร่าเริง มีดอกไม้สีหวานๆ ๊ ้ ดอกโตให้ช่ ืนชม อากาศเริ่มหนาวกำาลังดีสดชื่นมาก แม้ยามเช้าค่อนข้างหนาวมาก ได้ เดินตากแดดอุ่นๆ และชมนำ้ าค้างบนยอดหญ้าต้องแสงแดดระยิบระยับเหมือนโรยกาก เพชรทัวสนามหญ้าทำาให้มีชีวิตชีวา ที่งดงามที่สุดคือได้พบหมู่มิตรที่มีจิตใจงามจาก ่ ท่านสวามีเวทะ พาราตี นานาประเทศมาอยู่ร่วมกันเป็ นครอบครัวเดียวกันที่อาศรมแห่งนี้ภายใต้ปีกจีวรของ ระยะเวลาอบรม 2 สัปดาห์ 18 ต.ค.ถึง 1 พ.ย. 2552 มีผู้เข้าเรียนจากนานาชาติ
ส่วนมากเป็ นฝรัง เรียนกันอย่างสนุกสนาน เราเองฟั งทันบ้างไม่ทันบ้างตามความ ่
สามารถของคนไทยภาษาอังกฤษไม่แข็งแรงมากแต่ใจสู้ เรียนกันวันละ 10 ชัวโมง ่ เริ่มแต่เช้า 5.30 น. สวดมนต์บูชาครูบาอาจารย์ ประมาณ 20 นาที ต่อด้วยรายการ บริหารข้อและต่อม Joints and Glands exercises บริหารตังแต่ หัว ใบหน้ า หู ตา ้ จมูก คอ ไหล่ ลงไปจนถึงปลายนิ้วเท้า เพื่อให้ทุกข้อ ต่อมต่างๆ กล้ามเนื้ อทุกมัด ได้ บริหารได้เคลื่อนไหวคล่อง เพื่อการไหลเวียน ของเลือด ลม และพลังปราน ตลอดทัว ่ ร่างกาย จึงต่อด้วยสุริยะนมัสการแบบเร็วๆ 3 รอบ พอรู้สึกหัวใจสูบฉีดแรง ต่อด้วยหฐ โยคะ จบด้วยท่าศพอย่างสงบสุข ที่นี่ให้ความสำาคัญการบริหารข้อและต่อมมากๆ มากกว่าการฝึ กอาสนะต่างๆ
แต่ละวันฝึ กอาสนะไม่กี่ท่าเอง ที่ฝึกประจำา มี จระเข้ ฝึ กการหายใจด้วยกระบังลม ท่างู ท่าแมว ท่าตักแตน ท่าธนูทีละข้าง แต่มีเทคนิคแตกต่างจากที่พวกเราเรียนกับครูฮิโรชิ ๊ ก็คือทีนี่ให้กำาหนดลมหายใจให้สัมพันธ์กับการเคลื่อนไหว และมีการกระตุ้นกล้ามเนื้อ ่ และอวัยวะบางส่วนเพื่อช่วยพยุง และเพิ่มความแข็งแรงของกล้ามเนื้ อตรงที่เกร็ง เช่น เวลาทำาท่างู ก่อนที่จะยกลำาตัวส่วนบนขึ้นจากพื้นให้เกร็งกล้ามเนื้ อหลังส่วนล่างและขา 25927001.doc 8
ทังท่อนเสียก่อนแล้วจึงหายใจเข้าพร้อมกับค่อยๆ ยกลำาตัวส่วนอกขึ้นจากพื้นแล้วนิ่ง ้ ไว้ในตำาแหน่งตึงพอดี ท่าตักแตนก็เช่นกันก่อนที่จะยกขาขึ้นให้เกร็งสะโพกเกร็งขาทัง ๊ ้ ท่อนก่อนแล้วจึงค่อยยกขาขึ้นพ้นจากพื้น ซึ่งครูปีเตอร์ Peter และ ครูอาชูโต Ashutos อธิบายว่าเพื่อช่วยพยุงกระดูกสันหลังไม่ให้บาดเจ็บและช่วยให้กล้ามเนื้ อหลัง แข็งแรง โดยอธิบายความหมายของหฐ เมื่อแยกคำาออก ห หมายถึงพระอาทิตย์ร้อนมี ตุ้นและผ่อนคลายร่างกายสลับกันไปทำาให้รู้สึกกระฉับกระเฉงและผ่อนคลาย พลัง ฐ หมายถึงพระจันทร์เย็นสบายผ่อนคลาย ดังนั นการฝึ กหฐโยคะ จึงมีทังการกระ ้ ้ จากการสังเกตสรีระของบรรดาครูที่นำาฝึ กประจำาเป็ นคนรูปร่างแข็งแรงมีกล้าม
เนื้อเป็ นมัดเหมือนกันไม่ผอมแห้ง และหน้ าตาสดใสสีหน้ าอมชมพู ทังๆ ที่กนมังสะวิรัต ้ ิ ประจำา คงเป็ นเพราะได้จากกินนมวัวตามวิถีของชาวอินเดีย ต่างจากคนที่กนมังสะวิรัต ิ ในบ้านเรามักจะเหลืองซีดเป็ นโรคเลือดจาง หัวใจสำาคัญไม่ใช่อยู่ที่เทคนิคการฝึ กหฐโยคะ แต่อยู่ที่การดำาเนินชีวิตตามวิถี
โยคะ มีการเจริญสติ ทำาสมาธิ 2 นาทีสอดแทรกไปกับกิจกรรมต่างๆ ตลอดทังวัน ก่อน ้ เริ่มรายการและปิ ดท้ายรายการด้วยการทำาสมาธิเสมอ เรียกว่าทุกคนที่ใช้ชีวิตอยู่ใน มาก นี่แหละวิถีโยคะทำาให้คนงดงามน่ารักแบบนี้เอง อาศรมแห่งนี้ได้ปฏิบัติธรรมทังวันทำาให้ทุกคนมีบุคลิกสงบเย็น อารมณ์เบิกบานน่ารัก ้ การอบรม TTP เพียง 2 สัปดาห์ไม่สามารถเปลี่ยนพฤติกรรมได้ถ้าผู้เรียนไม่
กลับไปปฏิบัติต่อ ดังนันหลักสูตรจึงกำาหนดให้ทำาการบ้านเรียนร่วมกับครูที่ปรึกษา ้ (mentor) ซึ่งควรเป็ นครูโยคะในพื้นทีเดียวกับผู้เรียน ต้องทำาบันทึกเฝ้ าดูการ ่ อย่างต่อเนื่ องหนึ่งปี เปลี่ยนแปลงของระบบต่างๆ ของร่างกาย การขับถ่าย การกินอาหาร จิต ใจ อารมณ์ ถ้าเพื่อนๆ สนใจเข้าไปดู www.himalayanyogatradition.com
และ เรียบเรียง จริงๆ แลูว นมไขมันเต็มส่วนทำาใหูอูวนนู อยกว่า 25927001.doc 9
สดใส แปล
เราอาจจะเคยเข้าใจผิดกันมา แต่ที่จริงแล้ว นมไขมันเต็มส่วน (full-fat milk) นันจะดีสำาหรับการควบคุมนำ้ าหนักมากกว่านมไขมันตำ่า (low-fat milk) ตามการเผย ้ แพร่ผลงานวิจัยล่าสุดในสัปดาห์นี้ แง่คิดที่เป็ นที่ถกเถียงกันนี้ ได้ถกนักวิจัยนำ าไปวิเคราะห์ข้อมูลทางโภชนาและ ู
นำ้ าหนักในเด็ก อายุ 8 ปี ที่มีสุขภาพดี จำานวน 120 คน นักวิจัยจากซาล์จเร็นสก้า อะ คาเดมิก แห่งมหาวิทยาลัยโกเธนเบิร์ก ในสวีเดน ได้คนพบว่า เด็กที่ด่ ืมนมไขมันเต็ม ้ ส่วนจะมีน้ำ าหนักเฉลี่ย น้ อยกว่า 4 กก. ของเด็กที่ด่ ืมนมไขมันตำ่าหรือเด็กที่ไม่ได้ด่ ืม ประทานอาหารไขมันตำ่า นมเลย โดยทัวไปเด็กที่รับประทานอาหารไขมันสูงจะมีดัชนีมวลกายน้ อยกว่าเด็กที่รับ ่
คนสุขภาพแข็งแร็งกำาลังถ้กวินิจฉั ยโรคผิดดูวยโรคพาร์กินสัน และให้คนไข้รับประทานยาที่แรงและมีอันตราย คิดอีกครังก่อนไปพบแพทย์ถ้าคุณมีความเมื่อยล้าที่มือ แพทย์อาจวินิจฉัยโรคผิด ้ นักวิจัยพบว่า คนไข้โรคพาร์กนสันจำานวนหลายพันคนถูกวินิจฉัยโรคผิด พวก ิ
เขาประมาณการว่า มีผู้สูงอายุที่ได้รับผลกระทบจากการให้ยาผิดพลาดนี้ มีจำานวน อเมริกา
6,300 คน เฉพาะในประเทศอังกฤษ และอาจมีจำานวนสูงถึง 50,000 คน ในประเทศ นักวิจัยจากโรงพยาบาลเซาเทิร์นเจนเนอรัล กรุงกลาสโกว สรุปได้ว่า 1 ใน 20
ของผู้สูงอายุที่มีอาการปวดเมื่อยที่มือหรือมือสัน รวมทังผู้สูงอายุที่สุขภาพดี จะถูก ่ ้ วินิจฉัยว่าเป็ นโรคพาร์กินสันและถูกจ่ายยาแบบเป็ นชุดที่มีราคาสูง และอันตราย
ดร. คีแรน บรีน ซึ่งเป็ นหนึ่งในบรรดาเจ้าของงานวิจัย กล่าวว่า แพทย์บางคนถือ
เอาอาการมือสันเป็ นตัวชี้วัดของโรคพาร์กินสัน ทังๆ ทีเพียง 70% ของคนที่เป็ นโรคฯ ่ ้ ่ เท่านั น ทีจะมีอาการมือสัน ้ ่ ่ นักวิจัยพบว่า โดยเฉลี่ยแล้ว คนที่ถูกวินิจฉัยผิดด้วยโรคพาร์กินสัน จะถูกให้ยา
รักษาพาร์กินสันเป็ นระยะเวลา 6 ปี
25927001.doc 10
‘เดอะลาสต์เลกเชอร์ : The last Lecture‘ แรนดี เพาซ์ ศาสตราจารย์ประจำามหาวิทยาลัยคาร์เนกีเมลอนและ เจฟฟรีย์ ชาสโลว์ ผู้แปล วนิษา เรซ (หนูดี)
แนะนำ าโดย ศรีนวล อุณเวทย์วานิช ผิดมนุษย์เอามากม๊ากที่ไม่สำานึกอย่างในหนังหรือละคนบางเรื่องเท่านั นแหละ คุณว่า ้ จริงไหม?)
ว่ากันว่าคนที่ใกล้สนลมมักจะมีคำาพูดดีๆ ที่มาจากก้นบึ้งของหัวใจ (ยกเว้นคนที่ ิ้
หนังสือเล่มนี้เป็ นหนังสือที่คนธรรมดาคนหนึ่ งควรมีโอกาสได้อ่านโดยเฉพาะผู้ที่
ต้องการกำาลังใจหรือพลังใจเพราะในแต่ละบทมีแง่คิดมุมมองมากมาย ผู้ที่เขียนเป็ น ปี และ 18 เดือน แต่ป่วยเป็ นโรคมะเร็งตับและจะมีชีวิตอยู่ได้อีกไม่นาน ถ้าคุณเจอ ปั ญหาอย่างนี้คุณจะทำาอย่างไร?
ศาสตราจารย์ที่ยังหนุ่มอายุเพียง 47 ปี มีภรรยาที่สวย มีลูกทีน่ารัก 3 คน อายุ 6 ปี 3 ่
วินาทีสุดท้ายของชีวิตเลยก็ว่าได้ สำาหรับครูโยคะอ่านแล้วเราสามารถนำ าบทความบาง เรื่องมาใช้สอนและถ้าคนธรรมดาอย่างเราที่ยังไม่บรรลุธรรมขันไหน (พวกยังมีกเลส ้ ิ ทุกคนได้อ่าน ขอยกตัวอย่างประโยคเด้ดๆ ที่โนใจ (แค่ฉันคนเดียวหรือเปล่าก็ไม่รู้) ตัวเราแล้ว
อ่านแล้วเราจะเข้าใจเลยว่าผู้เขียนเป็ นคนที่มีพลัง คิดแง่บวก เปนครุผู้ให้จนถึง ้
อยู่) ก็สามารถนำ าข้อคิดมาใช้เติมสติในชีวิตประจำาวันได้ สรุปในภาพรวมก็คืออยากให้ เมื่อเราทำาอะไรพลาดและไม่มีใครเตือนเราเลย นันแปลว่า เขาหมดความหวังใน ่ (นี่เป็ นประโยคที่ให้กำาลัวใจคนหลายคนที่กำาลังโดนใครเอ็ด! แสดงว่าเรายังเป็ น คนที่ติเตียนคุณนัน แท้จริงคือ คนที่บอกว่า เขายังรักคุณนะ เขายังเป็ นห่วงคุรอ ้
ความหวังของคนที่ดุเราอยู่นะ เราน่าจะเข็นขึ้นอยู่ไงล่ะ)
ยู่ และเขาอยากช่วยให้ชีวิตคุณดีข้ ึน (ถ้าโดน...ดุ) ก็ให้คิดเสียว่ายังมีคนสนใจเราอยู่แม้ จะเข้าข้างตัวเองไปบ้างในบางครัง) ้ จำาเป็ น) ถ้าคุณมีความต้องการสิ่งหนึ่งจริงๆ จงอย่ายอมแพ้ (และจงรับการช่วยเหลือเมื่อ
25927001.doc 11
และที่สุดคือเขาได้เลกเชอร์เป็ นครังสุดท้ายเพื่อผู้อ่ ืนและลูกๆ ของเขา คนเราจะ ้ มีสักกี่คนที่มีสติมาคิดทำาอะไรได้มากมายในเวลาที่เหลือเพียงไม่กี่เดือน สำาหรับโรค ร้ายมะเร็งตับ ฉันเห็นพ่อของน้ องที่ทำางานด้วยกัน หลังจากทราบว่าเป็ นมะเร็งตับต้อง เสียชีวิตภายใน 1 สัปดาห์ (โดยไม่ได้สังเสียอะไรเลย) ทำาให้คิดว่าทุกๆ วันต้องมีสติ ่ และทำาความดีทังกาย วาจา ใจ ไม่ใช่แค่นันนะ พระพุทธเจ้าสอนให้เรามีสติทุกวินาที ้ ้ เลยเชียว แต่มันก็ยากสำาหรับคนธรรมดาที่มีกิเลสหนาอย่างเรานะแต่ถ้าเมื่อไหร่คิดได้ ก้ขอให้มีสติอยู่กับปั จจุบันให้ได้ ลองหาอ่านดูคุณจะรู้ว่า “คำาพูดของคนที่ใกล้สิ้นลมมีความหมายไม่ธรรมดา”
สดใส
ค ว า ม สุ ข ซ่ อ น ไ วู ที่ ไ ห น มารน้ อย 3 ตน แอบมาขโมยความสุขของมนุษย์ เอาไปแล้วก็ปรึกษากันว่าจะ ตนแรกเสนอว่า ควรเอาไปซ่อนทีภูเขาที่สูงที่สุดในโลก ่
เอาไปซ่อนที่ไหนดี
มารน้ อยตนที่ 2 ว่าเพื่อนเอ๋ย บนภูเขาอากาศดี มนุษย์นันไม่กลัวความสูง ชอบ ้ ไปเที่ยวภูเขา อาจจะหาพบ แต่มนุษย์กลัวหายใจไม่ออก สังเกตได้ว่า ดำานำ้ าได้นิดเดียว ก็ทะลึ่งพรวดขึ้นมาแล้ว เพราะกลัวหายใจไม่ออก เอาไปซ่อนไว้ใต้บาดาลดีกว่า มารน้ อยตนที่ 3 แย้งว่า อย่าเลยเพื่อนเอ๋ย มนุษย์เก่งสร้างเครื่องมือหาของใน
๋ ทะเล เดียวก็หาเจอ แต่สังเกตได้ว่า นัยน์ตามนุษย์มองไปข้างนอก หูก็ชอบฟั งเสียง แน่ๆ
ข้างนอก ชอบไปเที่ยวข้างนอก เราควรแอบเอาไปซ่อนไว้ในใจดีกว่า มนุษย์หาไม่เจอ มารน้ อยทัง 3 ตน เห็นด้วย และเอาความสุขของมนุษย์มาซ่อนไว้ที่ใจ ้
ตังแต่นันมา มนุษย์ผู้โง่เขลาผู้ออกไปหาความสุขที่อ่ ืน ไม่ว่าจะเป็ นทีภูเขา ้ ้ ่ ชายทะเล ที่ไหนๆ ก็หาความสุขไม่พบ คนที่มีทุกข์ ไปเที่ยวคลับ กินเหล้า พอเมา ความทุกข์จางลง แต่เมื่อตื่นเช้า หายเมา ทุกข์นันก็ยังคงมีอยู่เหมือนเดิม ้
25927001.doc 12
โดยหารู้ไม่ว่าความสุขที่ติดตามเฝ้ าหา อยู่ที่ใจตนนันเอง ใยต้องออกไปหาความ ่ สุขที่อ่ ืน โลกอาสนะ ๓๖๐ องศา..ประสบการณ์ เรียนรู้แบบ East Meets West โดย ธำารงดุล หากเราลองพิจารณาท่วงท่า และตำาแหน่งแห่งที่ของร่างกายทัง ๓ รูปนี้ ้ บทที่ ๑ (ละมูายว่าจะเป็ น)ปฐมบทของชันเรียนวินยาสะอาสนะ ้
มองเผินๆ ดูเหมือนเป็ นการขยับหมุนภาพทีละ ๙๐ องศา แต่ถ้ามองให้ลึกลงไป ถึงการทำางาน ทิศทางการเคลื่อนไหว ของร่างกายแต่ละท่วงท่า ย่อมสะท้อนถึงการ อย่างสิ้นเชิง ทำางานของกล้ามเนื้ อและอวัยวะต่างๆ รวมถึงผลที่เกิดขึ้นกับร่างกายซึ่งแตกต่างกัน นันคือสิ่งที่ผมและเพื่อนอีก ๖ คน ใช้เวลาร่วมกันเกือบ ๒ เดือนที่ผ่านมาหกคะ ่
เมนตีลังกา ตะแคงดูโลกของอาสนะในมุมมองที่ต่างออกไปจากที่เคยเห็นและสัมผัส โดยมีพี่เละ ธีรเดช อุทัยวิทยารัตน์ เป็ นมัคคุเทศก์นำาทาง พี่เละ (แรกๆที่ยังไม่ได้รู้จัก ผมก็ไม่ค่อยกล้าเรียกพีเค้าอย่างนี้ เพราะมันฟั งดู ่
เละๆ ชอบกล) ออกตัวตังแต่เริ่มทักทายกันว่า “เรียกพี่ได้ไหม” (อันนี้ผมแซว ขำาๆ) ้ จริงๆก็คือว่า พี่เละสะดวกใจที่จะให้ใครเรียกว่า พี่ หรือหมอในฐานะผู้เยียวยาทาง อายุรเวท มากกว่าที่จะให้เรียกว่า “ครู” เพราะความหมายของคำาว่า ครู หรือ คุรุ ทีพี่ ่ เละได้สัมผัสมาตอนที่เรียนอยู่ที่อินเดียนันมีความหมายที่ลึกซึ้งกว่ามาก ซึ่งพี่เละกล่าว ้ อย่างถ่อมตนว่า “ผมคงเป็ นได้แค่ทูตของครู นำ าสิ่งที่ได้เรียนรู้จากครูมาเล่า และแลก กัน”
รูปแบบของการเรียนรู้ของเราไม่เน้ นทำาท่า เพราะบางทีสุดยอดของอาสนะอาจ
เป็ นที่ไร้กระบวนท่า(ซึ่งเป็ นคนละความหมายกับไม่เป็ นท่า..ฮา) แต่เน้ นที่จะเล่าถึงการ เรียนรู้ และแลก (แต่อาจจะไม่เปลี่ยน)ความรู้สึกของพวกเราหลังจากได้ฝึกกัน 25927001.doc 13
มากกว่า ตลอดระยะเวลา ๘ ครังที่ได้เรียนรู้ (แต่ก็ดูจะกลายเป็ นธรรมเนียมไปแล้วว่า ้ ประเด็นที่มาเล่าและแลกมักไม่พอจนต้องมีภาคต่อ ประมาณว่าหนังมหากาพย์) พี่เละบอกว่า “เครื่องมือที่สำาคัญในการฝึ กอาสนะก็คือ การสังเกต และ วิเคราะห์” ลองกลับขึ้นไปมองทัง ๓ ภาพ ซึ่งล้วนเป็ นการก้มตัวไปข้างหน้ า พี่เละ ้
ชวน”สังเกต” (ซึ่งหลายคนรวมทังผมคงไม่เคยเห็นมาก่อน)ว่า ถ้าเราเรียกอาสนะตาม ้ ทิศทางของการเหยียดยืด ตามตำาราตะวันตก เราคุ้นชินกับคำาว่า forward bending แต่โยคะนั นมีหน่อกำาเนิดจากอินเดียซึ่งใช้ภาษาสันสกฤตเป็ นฐาน ท่วงท่าเช่นนี้ มาจาก ้ คำาว่า ปั ศจิม(ด้านหลัง) + ตานะ (เหยียดยืด) แปลตามรากศัพท์จึงหมายถึงการเหยียด ยืดร่างกายด้านหลัง จะเห็นว่าในมุมมองแบบตะวันออก ให้ความสำาคัญของผลที่เกิด นันหมายถึงทิศตะวันตก ด้วยวัฒนธรรมอินเดีย จะหันหน้ าไปทางทิศตะวันออก ทิศ ้ ตะวันตกจึงหมายถึงด้านหลัง) การจับตะวันตกชนตะวันออก (ไม่ใช่แพะชนแกะ)ทำาให้ผมเริ่มรู้สึกถึงความสว่าง วาบที่เริ่มผุดพร่างขึ้นมาในสมองอันน้ อยนิดของผม เหมือนเรากำาลังพลิกหมุนโลกของ อาสนะที่เราเคย(คิดว่าพอ)รู้ สู่ด้านใหม่ที่มีเลื่อมพรายหลายหลากมิติ พี่เละชวน”วิเคราะห์”ต่อไปว่า ท่วงท่าทัง ๓ แม้จะมีลักษณะร่วมกัน (ในภาษา ้ กับร่างกายมากกว่าทิศทางที่ร่างกายมุ่งไปสู่ (โดยมีหมายเหตุเล็กๆที่น่าสนใจว่า ปั ศจิม
สันสกฤตใช้คำาว่า สามานยะ) คือมีทิศทางการเคลื่อนไหวของร่างกายโดยการก้มตัวไป ทางด้านหน้ าเหมือนกันจากท่ายืน นัง และนอน(หมายถึงดึงเข่าเข้าหาลำาตัว) แต่ ่ อิริยาบถและผลที่เกิดกับร่างกายกลับแตกต่างกัน(หรือ วิเศษะ) เช่นนี้แล..ในความ เหมือนย่อมมีความต่าง แต่ละคนล้วนมีสภาพร่างกาย ความแข็งแรง ความยืดหยุ่นที่ ต่างกัน อาสนะเดียวกัน เมื่อให้แต่ละคนทำาจึงอาจจะต้องมีการจัดปรับให้เหมาะสม นัน ่ คือเราใส่ความเป็ นวิเศษะ (หรือเฉพาะเจาะจง)ลงไป และนี่เองที่เป็ นที่มาของคำาว่า วิน ยาสะอาสนะ หรือ วินยาสกรรม ซึ่งหากหยังให้ลึกลงไปถึงรากศัพท์แล้วจะทำาให้เรา ่ เข้าใจรูปแบบการเรียนร้นี้มากขึ้น ู
• •
วิ มาจาก วิเศษะ หรือวศิษฐ ซึ่งหมายถึง เฉพาะ แตกต่าง หลากหลาย นยาสะ มาจาก วางลง putting down หรือ นำ าไปใช้ applying
25927001.doc 14
•
กรม (อ่านว่ากระมะเป็ นคำาสันสกฤต,ไม่ใช่กรรมที่เป็ นภาษาบาลี ซึ่งแปลว่าการ กระทำาแบบที่เราคุ้นชิน) แปลว่า การกระทำาที่สืบเนื่ องไป (growing หรือ proceeding)
ในลักษณะเฉพาะและมีลำาดับขัน ซึ่งในมุมมองของการฝึ กอาสนะจึงหมายถึง การเรียง ้ ร้อยท่วงท่า ออกแบบชุดการฝึ ก รวมถึงการดัดแปลงท่วงท่าให้เหมาะกับเหตุปัจจัยที่ รายล้อม(ซึ่งจะกล่าวในรายละเอียดต่อไป) แต่วินยาสะ ยังกินความในบริบทของวิถี ชีวิต การเรียงร้อยกิจกรรมต่างๆที่เราทำาในชีวิตประจำาวันด้วย
รวมความแล้ว วินยาสะ จึงหมายความว่า การนำ าสิ่งต่างๆมาเรียงร้อยจัดวางรวมกัน
นันคือพวกเราจะได้เรียนรู้ที่จะออกแบบอาสนะโดยจัดปรับชุดฝึ กให้เหมาะสมกับ ่
แต่ละคน เหมือนกับเวลาเราเลือกซื้อเสื้อผ้าแม้เราจะรู้ขนาดมาตรฐานที่เหมาะกับเรา แต่ใช่ว่าเสื้อขนาดเดียวกันนันจะใส่ได้พอดีเสมอไป บางครังเราก็ต้องการช่างตัดเสื้อ ้ ้ การฝึ กอาสนะก็เช่นกัน
พวกเราเริ่มเห็นเค้ารางของมุมมองต่ออาสนะที่ลุ่มลึก รวมถึงบริบทที่เกี่ยวข้อง คำา
อธิบายอาสนะที่มีการเชื่อมโยงแนวคิดแบบตะวันตกพบตะวันออก ทังในแง่ของ ้
สรีรวิทยากายวิภาคและแง่มุมในทางอายุรเวทในฐานะที่พี่เละเป็ นผู้เยียวยา รวมถึง การตีความเข้าไปถึงแก่นแกนคัมภีร์โยคะโบราณ จากอาหารเรียกนำ้ าย่อยที่พี่เละเริ่ม เสิร์ฟในคลาสนี้ ซึ่งทำาให้ผม(และเชื่อว่าเพื่อนร่วมชันทุกคน) อึ้ง ทึ่ง และเสียวว่า นำ้ า ้ ย่อยนั นไม่ได้ถกเรียกจากสิ่งที่เรากำาลังเล่าและแลก แต่มันกำาลังหลังจากกระเพาะของ ้ ู ่ เราจริงๆ เพราะจวนจะบ่ายสองแล้ว จากเดิมที่กำาหนดกันว่าจะเริ่มสิบโมงเลิกเที่ยง นี้เหมือนรายการโทรทัศน์ คลาสเราคงได้เรต “ย” หมายถึง ยาวมาก ผู้เป็ นโรค กระเพาะ หรือนำ้ าตาลในเลือดตำ่า ควรได้รับการแนะนำ า คอร์สวินยาสะของพี่เละ วันแรกของการเรียนรู้จึงเป็ นการเล่าและแลกอยู่ ๔ ชัวโมง ซีงถ้ามีการจัดเรตคลาส ่ ่
สวัสดีค่ะ พีเละ ่
วันนี้ได้อ่านทบทวนการแลกเปลี่ยนที่จดในคอร์สวินยาสะที่เรียนกับพี่ โอ้โห!
เนื้อหาอัดแน่นไปด้วยความรู้ ลองนึกๆ ย้อนกลับไปตังแต่เดือน ก.ย.แล้ว เป็ นคอร์สที่ ้ 25927001.doc 15
สนุกมากเลยค่ะ ต้องขอขอบคุณพี่มากๆ ที่เปิ ดโอกาสแลกเปลี่ยนเรียนรู้กับพวกเรา สำาหรับแบบสอบถามที่ส่งมาก่อนเรียนนัน บีคิดว่าสิ่งที่ตัวเองได้รับจากการเรียนคอร์สนี้ ้ ตอบโจทย์ที่ต้องการได้ทุกข้อเลย รู้สึกดีใจที่ตัดสินใจมาเรียน ไม่น่าเชื่อตัวเองว่าที่ มณฑลสาย 4 โชคดีที่ทำางานทัง 2 แห่งนี้ เปิ ดโอกาสให้ลางานได้ (และแอบบอกว่า ้ เรียนเสร็จอย่าลืมมาสอนนะ) ผ่านมาต้องลางานหลายที่เพราะวันจันทร์ทำางานที่เสาชิงช้า วันพฤหัสทำางานแถวพุทธ
ขอสารภาพว่าแว่บแรกที่ตัดสินใจตอนน้ องกลอยโทรมา “ที่ลงชื่อเรียนไว้จะเริ่ม
แล้วนะคะ” แอบคิดในใจว่า (ขอใช้คำาไม่สุภาพนะคะ) “เอา (วะ) ท่าทางคอร์สนี้จะเป็ น ของหายาก เรียนกับ อ.ธีรเดช ท่าทางคิวจะยาว ถ้าไม่เรียนคราวนี้กไม่รู้เมื่อไหร่จะได้ ็ เรียนกับอาจารย์อีก เรียนก็เรียน (วะ)” ไม่น่าเชื่อเลยว่าชีวิตจะเกิดการเปลี่ยนแปลง หลายๆ อย่าง ใน 2 เดือนนี้สิ่งที่ได้รับจากการเรียน มีทังความรู้เรื่องอาสนะและโยคะ ้ ที่ถ่ายทอดจากประสบการณ์และความรู้ของพี่เละ (ขออนุญาตเล่า-เยอะหน่อยนะคะ) อันดับแรก ตังแต่มาเรียนบีต่ ืนเช้าขึ้นและสามารถฝึ กอาสนะทุกวัน รู้สกได้จริงๆ นะ ้ ึ คะดังในหนังสือที่เขียนว่า “อาสนะช่วยให้เราบ่มเพาะความอดทนในร่างกายและ จิตใจ เพื่อให้เราสามารถแบกรับความเครียดและความกดดันได้ง่ายขึ้น” บีขอเปลี่ยนชื่อเป็ นกี้ (ไอเยนกี้) แล้วกันนะ รู้สึกนะคะว่าประสิทธิภาพในการ
ทำางานดีข้ ึน มีความสุขกับชีวิตและการทำางานมากขึ้น (แม้ว่าจะยังขี้เกียจอยู่) รู้สึกเลย ว่าอยากฝึ กอาสนะ เพราะถ้าได้ฝึกแล้วช่วงที่เหลือของวันจะดีไปตลอด ด้านวิปัสสนา รู้สึกว่า สติเกิดบ่อยขึ้นแม้จะยังเผลออยู่ แเต่ก็ไม่นาน แต่ก่อนก็ทำาๆ หยุดๆ ยังไม่ค่อย เข้าใจธรรมะ เพราะไม่เคยมีคำาว่าธรรมดาสักที จนมาเรียนกับสถาบันฯ ครังแรก เสียง ้ พี่หมูกับครูดลยังก้องอยู่ในหัวบ่อยๆ “รู้จกร่างกายของเราอย่างลึกซึ้ง” ได้มาเรียนกับ ั ขึ้น ได้แรงบันดาลใจจากพี่แตนที่ฝึกอาสนะกลางแจ้งตอนเช้า จากทีเคยฝึ กแต่ในห้อง ่ พี่เละแล้วอ่านหนังสือประทีปแห่งชีวิต ก็รู้สึกว่าชอบรู้กายจากการดูกายานุปัสสนามาก นอนแค่เปิ ดประตูออกมาตรงระเบียงแล้วไหว้พระอาทิตย์รับแสงตะวัน แล้วฝึ กอาสนะ ทุกๆ วันเนี่ยคือวันหยุด holiday เลยค่ะ 25927001.doc 16
ต่อ เวลานอนพักแล้วแหงนหน้ ามองฟ้ าที่ฟ๊า....ฟ้ า (ขอใช้สำานวนพี่แตนค่ะ) รู้สึกเลยว่า
อันดับที่สองนะคะ ตอนที่เรียนครัง-สองครังแรกที่พี่พูดถึงท่าปั ศจิโมตตานาสนะซึ่งพี่ ้ ้ บอกว่าช่วยทำาให้ไฟธาตุสมดุลและลดหน้ าท้อง กลับบ้านไปบีเน้ นฝึ กท่านี้ที่สุดเลย ซึ่ง เป็ นคนกินข้าวเยอะ ลดเหลือแค่ 1/2 หรือ 1/3 ของปริมาณที่กนในทุกมื้อ แม้จะหิว ิ เมื่อเวลาผ่านไปเกือบๆ 2 เดือน รู้สึกว่าความอยากในการทานอาหารลดลง จากที่ปกติ บ่อยเหมือนเดิมแต่ก็กนน้ อยแล้วอิ่มโดยไม่ต้องใช้ความพยายาม จนรู้สึกแปลกใจตัว ิ เองเหมือนกัน (แต่ก็แอบคิดว่าสงสัยไฟธาตุของเราจะเริ่มสมดุลแล้วเลยทำาให้กินน้ อย ฝึ กก็สันน้ อยลงจนเหลือแค่ความรู้สึกว่ามีกล้ามเนื้ อขาบางมัดสันๆ แต่พอมองแล้วไม่ ่ ่ เห็นสันเหมือนแต่ก่อน แค่รู้สึกได้เท่า นันเอง ่ ้ และลำาดับสุดทูาย สิ่งที่สำาคัญได้ทบทวนถามตัวเองถึงคำาว่า “ชีวิตที่ลงตัว” การได้ ลง) นำ้ าหนักลดลงนิดหน่อย เสื้อผ้าหลวมขึ้น (กำาลังจะผอมแน่ๆ เลย) ขาที่สันๆ ช่วงที่ ่
รู้จักตัวเองในอีกมุมหนึ่งซึ่งเป็ นมุมที่เราเคยมองข้ามไป ได้เห็นหลุมและช่องโหว่ในใจ ของตัวเอง จวบจนได้มาอ่านหนังสือที่พิเศษสุดๆ อย่างประทีปแห่งชีวิต (สาธุผู้แปลอีก ครังนะคะ) ้ นอกจากสิ่งเหล่านี้บีตังข้อสังเกตว่า พี่เละได้หว่านเมล็ดพันธ์ุแห่งสติลงไปในใจ ้
ของทุกคน บางคำาพูดเช่น เค้าไม่สนใจวิชาการก็ไม่ได้แปลว่าเค้าด้อยกว่า, การที่มาฝึ ก เพราะต้องการลดความอ้วน เราก็ไม่ควรดูแคลนเค้า ฯลฯ หลายถ้อยคำาที่พี่เละพูด เหมือนกระจกสะท้อนให้หยุดคิด และทบทวนตนเอง ส่วนไฟล์ไดอารี่ diary ของพี่เละนันบีอ่านจบนานแล้ว เพิ่งมาจัดและจัดเก็บ ้
เนื้อหาแยกเป็ นหมวดๆ เช่น ประเภทของการฝึ ก สาเหตุของการเกิดโรคฯลฯ แต่มีอยู่ บทนึงที่สะดุดใจมากและว่าจะขอบคุณพี่นานแล้วค่ะ คือที่พเขียนว่า ี่ “ สมัยที่ไปอยู่กับครูใหม่ๆ นัน ตัวเองไม่มีความรู้อะไร พกพาแต่หัวใจที่มุ่งมัน ๑ ้ ่ ดวงเต็มๆ กับความรักชอบในการทำาอาหารที่ได้จากแม่ซ่ ึงเคยทำาอาชีพขาย อาหาร ทำาให้เรารักชอบในเรื่องการปรุงยาไปด้วย หลายครังหลายคราวตอนที่อยู่ ้ อินเดีย พี่มักนึกภูมิใจทีเป็ นลูกของแม่ แม้ว่าสมัยเด็กๆ เราจะเคยเคียดขึ้นใน ่ ยามที่แม่ทังขอร้องทังเคี่ยวเข็ญและลงไม้ลงมือบ้างเพื่อที่จะให้เราช่วยแม่ล้าง ้ ้ จาน ส่งอาหาร ฯลฯ มานึกๆ ดูแล้ว หากไม่มีประสบการณ์เหล่านี้ในวัยเด็ก เรา 25927001.doc 17
อาจเป็ นคนหนักไม่เอาเบาไม่สู้ ซึ่งก็คงทำาให้เราไม่สามารถเรียนรู้ได้อย่างที่เห็น และเป็ นอยู่ นึกถึงแม่เช่นนี้คราวใดมักเต็มตื้นในหัวใจทุกทีเลย” อ่านแล้วนึกถึงตัวเองตอนเด็กๆ แม่บก็ทำาอาหารและขนมขายเหมือนกัน นึกถึง ี ภาพตัวเองพยายามร้องดังๆ แกมร้องไห้ตอนกวนแยมสัปปะรดเพื่อให้แม่ได้ยินว่า มัน กระเด็นๆ เจ็บๆ ร้อนๆ เผื่อแม่จะได้ให้เลิกทำา แต่กไม่เกิดผล (เพราะแม่ทำาอย่างอื่น ็ อยู่) ก็ต้องกวนไปจนเสร็จ ซึ่งเหตุการณ์เหล่านี้บีลืมไปแล้ว พอมาอ่านที่พเขียนว่า พี่ ี่
มักนึ กภูมิใจที่เป็ นลูกของแม่ แม้ว่าสมัยเด็กๆ เราจะเคยเคียดขึงในยามที่แม่ทัง ้ ้ ขอร้องทังเคี่ยวเข็ญและลงไม้ลงมือบ้างเพื่อที่จะให้เราช่วย ทำาเอาบีอ้ ึง...ง + นำ้ าตา ้ ซึมไปเลย จริงๆ แล้วถ้าไม่ได้แม่และหากไม่มีประสบการณ์เหล่านี้ในวัยเด็ก บีก็อาจ เป็ นคนหนักไม่เอาเบาไม่สู้ คงไม่มีความอดทนในหลายๆ อย่างวันนี้ค่ะ ที่มีวันนี้ได้ก็
เพราะแม่ทังนัน ขอบคุณมากค่ะที่ข้อความดีๆในไดอารี่ของพี่เละทำาให้ร้สึกตัว ก็รู้นะ ้ ้ คะว่าตัวเองเป็ นคนตังใจทำางาน อดทนต่อความเจ็บใจ ไม่หวันไหวต่อความยากลำาบาก ้ ่ (ลูกพ่อค่ะ- คำาขวัญตำารวจ) แต่เกือบเป็ นลูกอกตัญญูต่อแม่ซะแล้ว ลืมนึกไปว่าสิ่งเหล่า นี้ แม่นันเองที่ปลูกฝั งให้มา พอนึกขึ้นมาอย่างนี้แล้วมันรู้สึกเต็มตื้นในหัวใจขึ้นมาทันที ่ (ขออนุญาตยืมคำาพูดพี่ค่ะ) แอบขอให้มีคอร์สวินยาสะต่อไปเรื่อยๆ นะคะ (รุ่นพวกบีขอต่อเป็ น 2.5 อีกได้มัย ๊
คะ) นอกจากความเข้าใจอาสนะแล้ว ลูกศิษย์ของพี่เละก็เกิดการผลิบานทางความคิด และเริ่มเข้าใจหนทางที่จะดูแลร่างกายเพื่อเป็ นพาหนะสำาหรับเดินทางสู่ความพ้นทุกข์ เดินทางสู่จุดหมายของพี่เช่นกันค่ะ ขอบคุณอีกครังค่ะ ้ บี รุ่น 2/09 ขึ้นมาบ้าง แม้ว่าจะยังเป็ นแค่ภาพรางๆ อยู่ก็ตาม ขอให้บุญกุศลที่พี่ทำาเป็ นปั จจัยในการ
ปล. ถ้าพีเละเห็นว่าจดหมายนี้เป็ นประโยชน์ต่อผู้อ่ ืน ก็ส่งเวียนต่อได้เลยค่ะ ตามแต่ที่ ่ พี่เละเห็นสมควรค่ะ ของฝากจากการไปชอปปิ ้ งโยคะ
สวัสดีครับเพื่อนครูทกท่าน ุ 25927001.doc 18
เสาร์อาทิตย์ที่ผ่านมา (๑๔-๑๕ พฤศจิกายน) หลายคนในแวดวงโยคะคงได้มี โอกาสไปร่วมงานมหกรรมช้อปปิ้ งโยคะแห่งปี Thailand Yoga Festival 2009 ซึ่งมี คลาสให้เลือกเรียนมากถึง ๑๘ คลาส ซึ่งนักช้อปโยคะอย่างผมมีหรือจะยอมพลาด ร่วมงานมา ๒ ครังนับตังแต่ปีที่แล้ว ้ ้ งานนี้จัดขึ้นมาเป็ นปี ที่ ๓ โดยนิตยสารโยคะเจอร์นอลไทยแลนด์ ซึ่งผมได้ไป จำาได้ว่า ปี ที่แล้ว ผมตื่นเต้นสนุกสนานกับการทดลองเรียนอาสนะหลากหลายรูป
แบบจากครูโยคะที่มีช่ ือเสียงมากมายจากทัวทุกมุมโลก ซึ่งมีคลาสให้เลือกเรียน ๑๖ ่
คลาส เรียนได้วันละ ๔ คลาส รวม ๒ วัน ๘ คลาส ผมเข้าเรียนด้วยใจอยากรู้อยากลอง ไปซะหมด ทุ่มเททำาทุกท่วงท่าอย่างหมดใจ (แบบไร้สติ) กลับบ้านจึงออกอาการเดี้ยง ปวดร้าวระบมไปทังตัวตังแต่วันแรก ทังๆ ที่ปีที่แล้วร่างกายของผมฟิ ตกว่าปี นี้มาก ้ ้ ้ ออกกำาลังกายเลย แต่ครังนี้กลับไม่เป็ นอย่างนั น! ้ ้ อย่างน้ อยก็ออกกำาลังกายสมำ่าเสมอต่างกับปี นี้ที่มีภารกิจรัดตัวก่อนหน้ าจนแทบไม่ได้ เมื่อลองกลับมาสวาธยายะหาเหตุผลถึงความแตกต่างที่เกิดขึ้น ผมพบว่า ครังนี้ ้
ผมทำาอาสนะด้วยความรู้ทังที่มีต่อโยคะอาสนะ และรู้จักตัวเองมากขึ้นจาก ้ ประสบการณ์เรียนรู้ความเข้าใจโยคะที่ผมคลุกอยู่ตลอดปี นี้ งาน Yoga conference ปี ที่แล้ว ในคลาสวินยาสะอาสนะ กับครูแมททิว สวีนีย์
หลังเรียนจบผมรู้สึกประทับใจเพราะการลำาดับท่านำ าพาให้เราทำาบางท่าที่ไม่เคยทำาได้ เหมือนกับความหมายหนึ่งของโยคะคือการบรรลุถึงสิ่งที่ไม่สามารถบรรลุมาก่อน ใน การออกแบบชุดฝึ กที่มีการเรียงร้อยท่วงท่าทังท่าเตรียม ท่าหลัก และท่าแก้เนื่ องต่อ ้ กันอย่างลงตัว
วันนี้เมื่อผมลองสวาธยายะโดยใช้สิ่งที่ได้เรียนรู้เพิ่มเติมมาจึงพอเข้าใจว่าคงเป็ นเพราะ
ระยะสันของสถาบันโยคะวิชาการ และได้เข้าร่วมอบรมเมื่อเดือนมีนาคม ณ ที่นี้เองที่ ้ มาได้เข้ามามีส่วนร่วมในการช่วยงานด้านวิชาการเล็กๆ น้ อยๆ ให้กับสถาบันฯ
ผมรู้สึกว่าผมโชคดีมาก เพราะงานปี ที่แล้วทำาให้ผมได้พบกับคอร์สอบรมครูโยคะ
ทำาให้ผมได้รู้จักความหมายที่แท้จริงของโยคะ ทีไม่ได้มีเพียงแต่การทำาท่าให้ได้ จนต่อ ่ ประกอบกับการกลับไปเรียนอาสนะกับครูหนู (ชมชื่น) อีกครังหลังจากทิ้งร้างไปหลาย ้ ปี และสิ่งที่ได้เรียนรู้จากพีเละ (ธีรเดช) ช่วยพอกพูนความรู้ความเข้าใจในการทำา ่ 25927001.doc 19
อาสนะและรู้จักถึงศักยภาพของร่างกายเราจนพอที่จะจัดปรับท่วงท่าให้สอดคล้องข้อ จำากัดอันมากมายของตนเองได้บ้าง ครังนี้ร่างกายผมจึงไม่เดี้ยงเหมือนปี ที่แล้ว ทังๆ ทีทำาอาสนะ ๒ วัน วันละ ๖ ้ ้ ่
ชัวโมง กับร่างกายที่ถดถอยลง เพราะทุกขณะที่เรียนรู้อาสนะแบบสามานยะ (รวมๆ) ่ ที่ครูแต่ละท่านนำ าฝึ ก ผมเลือกจัดปรับบางท่วงท่าด้วยการฟั งเสียงเพรียกจากตัวเอง ชัวขณะหนึ่งผมรู้สึกถึงความนิ่งที่อยู่ภายใน ท่ามกลางกายที่ยังไหวเคลื่อนไปตาม ่ อยู่ที่ใจ จนถึงขีดขัน ไร้อาสนะ..ไร้กระบวนท่า (ต่อไปก็ไม่ต้องทำาท่า..ฮา) ้
ท่วงท่าพร้อมกับผู้คนที่รายรอบ หากมองด้วยมุมแบบโกวเล้ง คงคล้ายกับว่า อาสนะ งานในปี นี้ผมได้รู้จักกับโยคะที่ถูกนิยามให้แตกต่างกันออกไปจนบางครังไม่อาจ ้
เรียกสิ่งที่กำาลังเรียนรู้ว่าโยคะได้ คลาสหนึ่ งเป็ นมาสเตอร์ที่เค้าโปรโมตว่า สุดฮิป (แต่
ผมว่าน่าจะย่อมาจาก สุดจะฮิปฮอป) เพราะท่าขันเทพที่นำามาแสดง(เพราะแกทำาได้คน ้ เดียว ผู้เรียนได้แต่ยนมองตาค้าง) ประกอบเพลงฮิปฮอปสุดเร่าร้อนนั น ไม่เข้าในหลัก ื ้ ว่าสิ่งเหล่านั นไม่ใช่โยคะ ผมเพียงแต่รับรู้และเลือกน้ อมนำ าบางอย่างที่เห็นว่ามี ้ การของอาสนะตามตำาราใดๆ เลยสักข้อ แต่ผมไม่ได้เกิดความรู้สึกต่อต้านหรือดูแคลน ประโยชน์มาปรับใช้ ผมเห็นแล้วว่าการทำาอาสนะไม่ได้อยู่ที่การทำาท่าให้ได้มากๆ ทำาท่า ที่ยากให้ได้ หรือจัดระเบียบร่างกาย(alignment) ให้สวยงามทังที่ร่างกายไม่พร้อม แต่ ้ อยู่ที่ว่า เรา”รู้” ว่าเรากำาลังทำาอะไร สองสัปดาห์ก่อนหน้ า ผมได้มีส่วนร่วมในงานประชุมโยคะวิชาการเล็กๆ กับชนก
ลุ่มน้ อยผู้รักที่จะเรียนรู้และเข้าใจศาสตร์โยคะแบบออริจินัล จนอาจจะเรียกได้ว่าเป็ น ผม ทัง ๓ ท่าน คือ ครูหนู พีเละ และครูกวี เพราะแม้ว่าแต่ละท่านจะมีวิถีการดำารง ้ ่
โยคะนอกกระแส (ที่คนนิยม) สิ่งหนึ่ งที่ผมได้เรียนรู้คือวัตรของครูโยคะในดวงใจของ ชีวิตที่แตกต่างกัน แต่ทุกท่านทำาอาสนะจนเป็ นส่วนหนึ่ งของชีวิตประจำาวัน เหมือนที่ และนี่เองที่คอยยำ้าเตือนใจให้ผมมีหมุดหมายที่จะทำาอาสนะให้ได้อย่างสมำ่าเสมอ
ครูหนูบอกว่า “เรายังกินข้าววันละ ๓ มื้อได้ทุกวัน ทำาไมเราจะทำาอาสนะทุกวันไม่ได้” ผมลองตังข้อสังเกต (นิสัยนี้คงเริ่มติดมาจากพี่เละ) ว่าการที่ช่ ืองาน เปลี่ยนจาก ้
Yoga Conference มาเป็ น Festival ในปี นี้ คงเป็ นนัยถึงเชิงหลากหลายมากขึ้น ยิ่ง
25927001.doc 20
เห็นครูโยคะบางท่านมีบูธเพื่อจำาหน่ายผลิตภัณฑ์ของตัวเอง ทำาให้ภาพมหกรรม ช้อป ปิ้ งโยคะครังนี้ชัดเจนกว่าทุกปี ้ ผมไม่ได้จะเปรียบเทียบว่างานไหนดีกว่ากัน แต่ข้ ึนอยู่กับ จริต การเปิ ดใจ
ยอมรับ และพื้นฐานการรับรู้ของแต่ละคนมากกว่า และผมก็ไม่ได้รู้สึกต่อต้านใดๆ ผม ยังคงสนุกกับการช้อปปิ้ งเสื้อยืดสกรีนโยคะเก๋ๆ เดินดูนวัตกรรมแปลกๆ ใหม่ๆ ท่ามกลางกระแสบริโภคโยคะนิยม แต่ปีนี้ผมพอที่จะมองทะลุแพคเกจจิ้งที่ห่อหุ้มอยู่ ภายนอกทะลุเข้าไปถึงแก่นแกนบางสิ่งที่อยู่ในเนื้ อ ทำาให้การช้อปปิ้ งโยคะครังนี้ มี ้ ความสนุกปนสติอย่างลงตัว (อย่างน้ อยก็ในความรู้สึกของผมเอง)
ผมเกิดความคิดว่า บางครังแม้เราไม่ได้คิดจะสวนกระแส แค่ ”เลือก” หยัดยืน ้ ดังประโยคที่ว่า “ทุกอย่างขึ้นอยู่กับเรา (The choice is yours.)” ของ
อยู่นิ่งๆ ท่ามกลางกระแสที่เชี่ยวกรากให้ได้อย่างมันคง ก็นับว่ายากแล้ว ่
Dr.M.M.Gharote ทีกล่าวในงานประชุมเครือข่ายครูโยคะวิชาการ เมื่อปลายเดือน ่ ตุลาคมที่ผ่านมา ศิษย์ดุล
25927001.doc 21
Attachment
Size
ธันวาคม 2552.doc
309 KB
แสดงความคิดเห็น
อ่านจำนวน 599 ครั้ง